เครื่องคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้แบบไม่ทบต้น

ดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้นคิดจากเงินต้นก้อนเดิมเท่านั้น ไม่มีการนำดอกเบี้ยมาคิดดอกเบี้ยซ้ำ เป็นวิธีคิดที่พบบ่อยที่สุดในการยืมเงินกันเอง โดยเฉพาะเมื่อตกลงดอกเบี้ยเป็นรายเดือน เช่น “ร้อยละ 2 ต่อเดือน” ที่ได้ยินกันทั่วไป

แค่กรอกเงินต้น อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลา เครื่องมือนี้จะบอกดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายและยอดชำระคืนทั้งหมด ลองคำนวณก่อนตกลงยืมหรือให้ยืม เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเห็นต้นทุนชัดเจน และเขียนตัวเลขลงสัญญาได้ทันที

วิธีคำนวณ

I = P × r × t (ยอดชำระคืนทั้งหมด = P + I)

I คือดอกเบี้ยรวมตลอดระยะเวลาที่ยืม

P คือเงินต้นที่ให้ยืม

r คืออัตราดอกเบี้ยต่องวดในรูปทศนิยม เช่น ร้อยละ 2 ต่อเดือน คือ 0.02

t คือจำนวนงวด โดยหน่วยของอัตราดอกเบี้ยกับเวลาต้องตรงกัน ถ้าดอกเบี้ยเป็นรายเดือนให้นับเป็นเดือน ถ้าเป็นรายปีให้นับเป็นปี

ผู้ยืมต้องชำระคืน P + I คือเงินต้นบวกดอกเบี้ยทั้งหมด

ตัวอย่าง

เพื่อนให้ยืมเงิน 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อเดือน กำหนดคืนใน 6 เดือน ดอกเบี้ยคือ I = 50,000 × 0.02 × 6 = 6,000 บาท รวมต้องชำระคืนทั้งหมด 56,000 บาท

ลองดูความหมายที่แท้จริงของอัตรานี้ ดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อเดือน เท่ากับ 24% ต่อปีแบบไม่ทบต้น ซึ่งสูงกว่าสินเชื่อธนาคารส่วนใหญ่มาก การคำนวณตัวเลขก่อนมักช่วยให้ต่อรองอัตราดอกเบี้ยกันได้ง่ายขึ้น

ทำความเข้าใจผลลัพธ์

เขียนตัวเลขทั้งสองลงในสัญญายืมเงิน ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย (หรืออัตราและวิธีคิด) เช่น ระบุว่า “เงินต้น 50,000 บาท ดอกเบี้ย 6,000 บาท รวมชำระคืน 56,000 บาท ภายในวันที่ 31 ธันวาคม” จะไม่มีช่องให้ตีความต่างกัน

ระบุให้ชัดเสมอว่าดอกเบี้ยเป็นต่อเดือนหรือต่อปี ข้อพิพาทเรื่องยืมเงินกันเองจำนวนมากเกิดจากความคลุมเครือตรงจุดนี้

กฎหมายหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยกำหนดเพดานดอกเบี้ยที่บุคคลทั่วไปเรียกเก็บจากกันได้ ถ้าอัตราที่คำนวณออกมาดูสูง ควรตรวจสอบเพดานตามกฎหมายก่อนตกลงทำสัญญา

คำถามที่พบบ่อย

ดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อเดือน คิดเป็นต่อปีเท่าไหร่

แบบไม่ทบต้นคือ 24% ต่อปี โดยคูณด้วย 12 ได้เลย แต่ถ้าคิดแบบทบต้นรายเดือน ต้นทุนจริงต่อปีจะสูงกว่านั้น ประมาณ 26.8% ควรถามให้ชัดว่าผู้ให้ยืมคิดแบบไหน

ดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้นกับแบบทบต้นต่างกันอย่างไร

แบบไม่ทบต้นคิดจากเงินต้นเดิมตลอด ดอกเบี้ยแต่ละงวดจึงเท่ากันทุกงวด ส่วนแบบทบต้นคิดจากเงินต้นบวกดอกเบี้ยที่สะสมมา ทำให้หนี้โตเร็วขึ้นเรื่อย ๆ การยืมเงินกันเองส่วนใหญ่ใช้แบบไม่ทบต้น ส่วนเงินฝากและผลิตภัณฑ์ธนาคารหลายอย่างใช้แบบทบต้น

มีเพดานดอกเบี้ยตามกฎหมายสำหรับการยืมเงินกันเองไหม

หลายประเทศมี รวมถึงประเทศไทยที่กฎหมายจำกัดอัตราดอกเบี้ยที่บุคคลทั่วไปคิดจากกันได้ ตัวเลขเพดานและผลของการคิดเกินต่างกันไปในแต่ละประเทศ ควรตรวจสอบกฎหมายในพื้นที่ของคุณก่อนตกลงอัตราดอกเบี้ย

ถ้ายืมไม่เต็มเดือน เช่น 45 วัน จะคิดดอกเบี้ยอย่างไร

แปลงอัตราเป็นรายวันแล้วคูณด้วยจำนวนวัน เช่น ดอกเบี้ย 24% ต่อปี อัตรารายวันคือ 0.24 ÷ 365 ยืม 50,000 บาท 45 วัน คิดเป็น 50,000 × 0.24 ÷ 365 × 45 = 1,479.45 บาท ถ้าเป็นอัตรารายเดือน วิธีที่นิยมคือ อัตรา × จำนวนวัน ÷ 30

จำเป็นต้องเขียนดอกเบี้ยลงในสัญญาไหม

จำเป็นมาก ระบุอัตรา ระบุว่าเป็นต่อเดือนหรือต่อปี วิธีคำนวณ และยอดชำระคืนทั้งหมด สัญญาที่เขียนแค่ว่า “พร้อมดอกเบี้ย” เปิดช่องให้เถียงกันภายหลัง ตัวเลขที่ชัดเจนช่วยรักษาทั้งเงินและความสัมพันธ์

ยืมกันในครอบครัวแบบไม่คิดดอกเบี้ย ต้องใช้เครื่องมือนี้ไหม

ไม่ต้องใช้สูตรก็ได้ เพราะยอดคืนเท่ากับเงินต้นพอดี แต่เอกสารยังสำคัญ ควรทำบันทึกหรือสัญญาระบุจำนวนเงินและกำหนดคืน เพื่อยืนยันว่าเงินก้อนนี้คือเงินให้ยืม ไม่ใช่เงินให้เปล่า