ปรับตามเขตกฎหมายกู้ยืมเงินและการจ่ายคืน

สัญญายืมเงินเพื่อน

เอกสารสั้น ๆ สำหรับการยืมเงินระหว่างเพื่อน ช่วยให้ตกลงยอดเงินและวันคืนกันชัด ๆ โดยไม่ต้องเสียเพื่อนเพราะเรื่องเงิน

เริ่มใช้ได้เลย ไม่ต้องสมัครสมาชิก · ฟรี

เอกสารนี้คืออะไร

คำพูดที่ว่าอย่าให้เพื่อนยืมเงินถ้าไม่อยากเสียเพื่อน เกิดขึ้นเพราะการยืมเงินระหว่างเพื่อนส่วนใหญ่ตกลงกันในแชทหรือวงข้าวแบบไม่มีรายละเอียด พอถึงเวลาคืนจึงกลายเป็นความอึดอัด ทวงก็กลัวเสียเพื่อน ไม่ทวงก็เสียเงิน สัญญายืมเงินเพื่อนคือกระดาษหนึ่งแผ่นที่แก้ปัญหานี้ตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการทำให้ทั้งคู่เห็นตรงกันว่ายืมเท่าไร คืนเมื่อไร และคืนอย่างไร

จุดที่ทำให้การยืมเงินเพื่อนต่างจากการยืมแบบอื่นคือความเกรงใจ หลายคนไม่กล้าถามรายละเอียดตอนให้ยืมเพราะกลัวดูงก และไม่กล้าทวงตอนครบกำหนดเพราะกลัวดูใจร้าย เอกสารที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าช่วยแทนบทสนทนาที่อึดอัดเหล่านี้ได้ เพราะเมื่อถึงกำหนด สิ่งที่พูดถึงคือข้อตกลงที่เซ็นด้วยกัน ไม่ใช่การเรียกร้องส่วนตัว

แบบฟอร์มนี้สั้นและตรงไปตรงมา ใช้เวลากรอกไม่ถึงสิบนาที ครอบคลุมยอดเงิน วันส่งมอบ กำหนดคืน และช่องทางโอนเงิน พร้อมช่องลายมือชื่อของทั้งสองฝ่าย ดาวน์โหลดเป็น PDF แล้วส่งให้กันทางแชทได้เลย เก็บคู่กับสลิปโอนเงินและประวัติแชท ก็ได้ชุดหลักฐานที่ครบพอสำหรับการยืมระหว่างเพื่อนแทบทุกกรณี

ควรใช้เมื่อไหร่

  • เพื่อนขอยืมเงินก้อนที่ใหญ่เกินกว่าจะทำใจปล่อยได้ถ้าไม่ได้คืน เช่น หลักหมื่นขึ้นไป
  • เพื่อนขอยืมแบบมีกำหนดคืนชัดเจน เช่น ขอยืม 20,000 บาท เงินเดือนออกแล้วจะคืน
  • ให้เพื่อนยืมบ่อยและเริ่มจำไม่ได้ว่าใครค้างเท่าไร อยากเริ่มจดเป็นระบบ
  • เพื่อนเปิดปากยืมผ่านแชท และคุณอยากเปลี่ยนข้อความแชทให้เป็นข้อตกลงที่จริงจังขึ้นก่อนโอน
  • เคยเสียเพื่อนเพราะเรื่องเงินมาแล้ว รอบนี้อยากทำให้ถูกตั้งแต่แรก
  • คุณเป็นฝ่ายยืมเอง และอยากแสดงความจริงใจให้เพื่อนเห็นว่าตั้งใจคืนตามกำหนดจริง

ไม่ควรใช้เมื่อไหร่

  • เป็นการโอนช่วยค่าข้าวค่ากาแฟหลักร้อยที่เคลียร์กันในไม่กี่วัน จดในแอปแชร์บิลหรือแชทก็เพียงพอ
  • เพื่อนชวนลงทุนหรือร่วมหุ้นทำธุรกิจ อันนั้นไม่ใช่การยืมเงิน ต้องใช้ข้อตกลงหุ้นส่วนหรือสัญญาทางธุรกิจที่เหมาะสม
  • เพื่อนมีหนี้หลายทางและถูกทวงหนี้อยู่แล้ว เงินที่เพิ่มเข้าไปอาจไม่ช่วยอะไร ควรชวนคุยเรื่องการจัดการหนี้แทน
  • รู้สึกถูกกดดันให้ช่วยทั้งที่ตัวเองก็ไม่พร้อม การปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาดีกว่าการให้ยืมแล้วเครียดทั้งสองฝ่าย

ข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • ชื่อ-นามสกุลจริงของทั้งสองฝ่ายตามบัตรประชาชน ไม่ใช่ชื่อเล่นที่ใช้เรียกกัน
  • เลขบัตรประชาชนของผู้ยืม และที่อยู่ที่ติดต่อได้จริง
  • ยอดเงินที่ยืมทั้งตัวเลขและตัวอักษร เช่น 15,000 บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
  • วันที่โอนเงินให้ และช่องทางที่ใช้ เช่น โอนพร้อมเพย์ตามเบอร์โทรศัพท์
  • วันที่ตกลงคืนเงิน หรือตารางทยอยคืน เช่น คืนครึ่งหนึ่งสิ้นเดือนนี้ ที่เหลือสิ้นเดือนหน้า
  • ตกลงเรื่องดอกเบี้ยให้ชัด เพื่อนส่วนใหญ่ไม่คิดดอกเบี้ยกัน ก็เขียนกำกับไว้ว่าไม่มี
  • บัญชีที่ให้โอนเงินคืน เพื่อให้มีสลิปเป็นหลักฐานทุกครั้ง
  • ข้อตกลงถ้าคืนไม่ทัน เช่น ต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อยกี่วันและนัดวันใหม่เป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อสัญญาที่มีให้

คู่สัญญา

ระบุชื่อจริงของผู้ให้ยืมและผู้ยืม พร้อมเลขบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตนได้แม้รู้จักกันดีอยู่แล้ว

ยอดเงินที่ยืม

เขียนจำนวนเงินชัด ๆ ทั้งตัวเลขและตัวอักษร ตัดปัญหาจำตัวเลขคลาดเคลื่อน

การส่งมอบเงิน

ระบุวันและช่องทางที่โอนเงินให้เพื่อน พร้อมเก็บสลิปแนบไว้กับสัญญา

ดอกเบี้ย

เขียนกำกับให้ชัดว่าไม่คิดดอกเบี้ย หรือถ้าคิดก็ระบุอัตราที่ไม่เกินกฎหมายกำหนด

วันคืนเงิน

กำหนดวันคืนที่เจาะจง เช่น ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 แทนคำว่าเงินเดือนออกแล้วคืน

การทยอยคืน

หากคืนเป็นงวด ระบุยอดต่องวดและวันที่ของแต่ละงวดให้ครบ

ช่องทางชำระคืน

กำหนดบัญชีหรือพร้อมเพย์ที่ใช้โอนคืน เพื่อให้ทุกงวดมีหลักฐาน

การแจ้งเมื่อคืนไม่ทัน

ตกลงว่าต้องแจ้งกันก่อนถึงกำหนดและนัดวันใหม่เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่หายเงียบ

ผลของการผิดนัด

ระบุขั้นตอนที่จะเกิดขึ้นหากเงียบหายหรือไม่คืนตามนัด เช่น การส่งหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ

ลายมือชื่อ

ช่องเซ็นของทั้งสองฝ่ายพร้อมวันที่ จะเซ็นบนกระดาษหรือไฟล์ก็ตกลงกันให้ชัด

ตัวช่วยสร้างจะถามอะไรบ้าง

  1. 1
    คู่สัญญาใครเป็นผู้ให้ยืมเงิน?
  2. 2
    จำนวนเงินจำนวนเงินเท่าไหร่?
  3. 3
    การจ่ายคืนชำระคืนครั้งเดียวหรือผ่อนเป็นงวด?
  4. 4
    ดอกเบี้ยคิดดอกเบี้ยหรือไม่?
  5. 5
    การจ่ายล่าช้าหากชำระล่าช้าจะเกิดอะไรขึ้น?
  6. 6
    ข้อตกลงเพิ่มเติมข้อตกลงเพิ่มเติม (ถ้ามี)
  7. 7
    ตรวจทานข้อสัญญาที่มีให้
  8. 8
    ส่งออกส่งออก PDF · ส่งออก DOCX
สร้างเอกสารนี้ฟรี

วิธีลงนาม

วิธีที่ง่ายที่สุดคือพิมพ์เอกสารแล้วเซ็นกันตอนเจอหน้า เช่น ตอนนัดกินข้าว ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที ถ้าอยู่คนละจังหวัด จะพิมพ์ เซ็น แล้วถ่ายรูปส่งให้กันทางแชทก็เป็นวิธีที่ใช้กันจริง เก็บทั้งไฟล์และประวัติแชทที่คุยเรื่องยืมเงินไว้ด้วยกัน

การยืมระหว่างเพื่อนมักไม่มีพยาน ซึ่งไม่เป็นไรหากเอกสารและหลักฐานการโอนครบ แต่ถ้ายอดเงินสูง การมีเพื่อนที่สนิทกับทั้งคู่รับรู้และลงชื่อเป็นพยานไว้สักคนก็ช่วยเพิ่มความหนักแน่น และช่วยเป็นคนกลางได้ถ้ามีปัญหา

โอนเงินผ่านพร้อมเพย์หรือบัญชีธนาคารเสมอ อย่ายื่นเงินสด เพราะสลิปโอนที่ระบุชื่อผู้รับ ยอดเงิน และวันเวลา คือหลักฐานที่ดีที่สุดว่าการยืมเกิดขึ้นจริง และตอนเพื่อนโอนคืนก็จะมีหลักฐานฝั่งเขาเช่นกัน ยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ตกลงกันแค่ในแชทด้วยประโยคสั้น ๆ อย่างเดี๋ยวคืนให้ ไม่มียอดรวม ไม่มีกำหนดคืนที่ชัดเจน
  • เกรงใจจนไม่กล้าระบุวันคืน สุดท้ายคำว่าเร็ว ๆ นี้กลายเป็นหลายเดือนและไม่มีจุดให้ทวงถามได้
  • ใช้ชื่อเล่นในเอกสารหรือไม่ขอเลขบัตรประชาชน ทั้งที่ชื่อจริงของเพื่อนบางคนเราไม่เคยรู้ด้วยซ้ำ
  • ยื่นเงินสดให้โดยไม่มีหลักฐานการส่งมอบ เหลือเพียงคำพูดยืนยันว่าเคยให้ยืม
  • ให้ยืมเพิ่มก้อนใหม่ทั้งที่ก้อนเก่ายังไม่คืน โดยไม่รวมยอดและทำข้อตกลงใหม่ให้ชัด
  • ลบแชทหรือเปลี่ยนโทรศัพท์โดยไม่ได้สำรองประวัติการคุยเรื่องยืมเงินไว้
  • พอเพื่อนผิดนัดก็เลือกเงียบเพราะไม่อยากเสียเพื่อน ทำให้เวลาผ่านไปหลักฐานยิ่งจางและทวงยิ่งยาก

คำถามที่พบบ่อย

ยืมเงินกันแค่หลักพัน ต้องทำสัญญาไหม

ขึ้นอยู่กับความสำคัญของเงินก้อนนั้นกับคุณ ยอดเล็กที่เสียไปก็ไม่เดือดร้อนอาจแค่จดในแชทให้ชัดว่ายืมเท่าไรคืนเมื่อไร แต่ถ้าเป็นยอดที่ไม่ได้คืนแล้วกระทบการเงินของคุณ การใช้เวลาสิบนาทีทำเอกสารถือว่าคุ้มมาก และตามกฎหมายไทย การยืมเกินสองพันบาทควรมีหลักฐานเป็นหนังสือหากอยากฟ้องร้องได้

ขอให้เพื่อนเซ็นสัญญาจะดูน่าเกลียดไหม

ลองมองมุมกลับ เพื่อนที่ตั้งใจคืนจริงมักไม่มีปัญหากับการเซ็นเอกสารสั้น ๆ เพราะมันยืนยันความตั้งใจของเขาเอง คุณอาจพูดว่าขอจดไว้กันลืมทั้งสองฝ่าย ส่วนเพื่อนที่อ่านแล้วอิดออดไม่ยอมเซ็น นั่นเป็นสัญญาณที่ควรรู้ก่อนโอนเงิน ไม่ใช่หลังโอน

แชท LINE ที่เพื่อนพิมพ์ว่าขอยืมเงิน ใช้เป็นหลักฐานได้ไหม

ใช้เป็นหลักฐานประกอบได้ โดยเฉพาะเมื่อข้อความระบุยอดเงินชัดเจนคู่กับสลิปโอน และมีการยอมรับหนี้ในแชท แต่น้ำหนักยังน้อยกว่าเอกสารที่ลงลายมือชื่อ ทางที่ดีคือใช้ทั้งสองอย่าง ทำสัญญาสั้น ๆ ไว้ และเก็บแชทกับสลิปเป็นหลักฐานเสริม

เพื่อนถึงกำหนดแล้วเงียบหาย ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากทักไปถามอย่างสุภาพโดยอ้างถึงข้อตกลงที่ทำไว้ เช่น ตามสัญญาที่เราตกลงกันไว้ครบกำหนดเมื่อวานนะ สะดวกโอนวันไหนบอกได้เลย หากยังเงียบ ค่อยยกระดับเป็นหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระหนี้ที่เป็นลายลักษณ์อักษร การมีเอกสารทำให้ทุกขั้นตอนนี้ง่ายและมีน้ำหนักขึ้น

ควรคิดดอกเบี้ยกับเพื่อนไหม

เพื่อนส่วนใหญ่ไม่คิดดอกเบี้ยกัน และการเขียนในสัญญาว่าไม่มีดอกเบี้ยก็ช่วยให้ชัดเจน หากจะคิดจริง เช่น ยืมก้อนใหญ่เป็นเวลานาน ให้ระบุอัตราที่ไม่เกินเพดานตามกฎหมายและคุยกันตรง ๆ ตั้งแต่แรก อย่าไปเพิ่มทีหลังตอนผิดนัดเพราะจะกลายเป็นข้อพิพาทใหม่

ถ้าคืนกันเป็นงวด ควรบันทึกอย่างไร

ให้เพื่อนโอนเข้าบัญชีเดิมทุกงวดเพื่อให้มีสลิปครบ และคุณควรตอบยืนยันในแชททุกครั้งว่าได้รับงวดนั้นแล้ว เหลือยอดเท่าไร วิธีนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายเห็นยอดคงเหลือตรงกันตลอด และเป็นหลักฐานว่าใครจ่ายอะไรไปแล้วบ้าง

ทำสัญญาแล้วเพื่อนยังไม่คืน ฟ้องได้จริงไหม

เอกสารที่ผู้ยืมลงลายมือชื่อพร้อมหลักฐานการโอนคือฐานสำคัญในการดำเนินการทางกฎหมาย แต่การฟ้องร้องมีค่าใช้จ่ายและเวลา หลายกรณีจึงเริ่มจากหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งมักทำให้อีกฝ่ายกลับมาเจรจา หากถึงขั้นต้องฟ้องจริง ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินความคุ้มค่า

ใช้แบบฟอร์มนี้ตอนตัวเองเป็นฝ่ายยืมได้ไหม

ได้และควรทำด้วยซ้ำ การเป็นฝ่ายเสนอทำสัญญาเองแสดงความจริงใจว่าตั้งใจคืนจริง ทำให้เพื่อนกล้าช่วยและความสัมพันธ์ไม่ต้องแบกความหวาดระแวง เก็บสำเนาไว้ฝั่งคุณด้วย เพื่อยืนยันยอดและกำหนดคืนที่ตกลงกันจริง