ปรับตามเขตกฎหมายกู้ยืมเงินและการจ่ายคืน

สัญญากู้ยืมเงิน (ระหว่างบุคคล)

เอกสารบันทึกการยืมเงินระหว่างบุคคลให้ชัดเจนทั้งยอดเงิน ดอกเบี้ย กำหนดชำระคืน และข้อตกลงเมื่อผิดนัด เพื่อป้องกันปัญหาจำเงื่อนไขไม่ตรงกัน

เริ่มใช้ได้เลย ไม่ต้องสมัครสมาชิก · ฟรี

เอกสารนี้คืออะไร

สัญญากู้ยืมเงินคือเอกสารที่บันทึกข้อตกลงระหว่างผู้ให้ยืมกับผู้ยืมไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ว่ายืมเงินกันจำนวนเท่าไร ส่งมอบเงินกันเมื่อไรและอย่างไร คิดดอกเบี้ยหรือไม่ และต้องชำระคืนภายในวันไหน การเขียนทุกอย่างลงกระดาษตั้งแต่วันแรกช่วยตัดปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของการยืมเงินกันเอง คือเมื่อเวลาผ่านไป ต่างฝ่ายต่างจำเงื่อนไขไม่ตรงกัน ฝ่ายหนึ่งจำว่าตกลงคืนสิ้นปี อีกฝ่ายจำว่าคืนเมื่อพร้อม

สำหรับคนที่อยู่ในประเทศไทย เอกสารฉบับนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะโดยทั่วไปการกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม จะฟ้องร้องบังคับกันได้ยากมาก แม้จะโอนเงินให้จริงก็ตาม สลิปโอนเงินเพียงอย่างเดียวพิสูจน์ได้แค่ว่ามีเงินโอนออกไป แต่ไม่ได้บอกว่าเงินนั้นเป็นการให้ยืมที่ต้องคืน ไม่ใช่การให้เปล่าหรือการชำระค่าสินค้า สัญญาที่ผู้ยืมลงชื่อจึงเป็นหลักฐานหลักที่ปิดช่องว่างตรงนี้

แบบฟอร์มสัญญากู้ยืมเงินของ FinSafe ครอบคลุมตลอดอายุของเงินกู้ ตั้งแต่วันส่งมอบเงิน ตารางชำระคืน ดอกเบี้ย ไปจนถึงข้อตกลงว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากผิดนัดชำระ เขียนด้วยภาษาที่คนทั่วไปอ่านเข้าใจโดยไม่ต้องมีพื้นฐานกฎหมาย กรอกข้อมูลเสร็จแล้วดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF หรือ DOCX ได้ฟรี เหมาะสำหรับการยืมเงินระหว่างบุคคลทั่วไป เช่น เพื่อนร่วมงาน คนรู้จัก หรือคนในครอบครัวที่อยากทำเรื่องเงินให้เป็นระบบ

ควรใช้เมื่อไหร่

  • กำลังจะให้คนรู้จักยืมเงินก้อนที่มีนัยสำคัญกับคุณ เช่น หลักหมื่นบาทขึ้นไป และอยากให้เงื่อนไขชัดเจนก่อนโอน
  • ผู้ยืมจะทยอยผ่อนคืนเป็นงวด ไม่ได้คืนทั้งก้อนในครั้งเดียว จึงต้องมีตารางชำระที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน
  • ต้องการคิดดอกเบี้ย และอยากเขียนอัตราให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เถียงกันภายหลัง
  • คุณเป็นฝ่ายยืมเอง และอยากมีหลักฐานยืนยันเงื่อนไขที่ตกลงกันจริง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเปลี่ยนเงื่อนไขทีหลัง
  • เคยให้ยืมแบบปากเปล่าแล้วมีปัญหา รอบนี้จึงอยากทำทุกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้น
  • มีผู้ค้ำประกันหรือวางหลักประกันประกอบการยืม จึงต้องมีเอกสารกลางที่ระบุหน้าที่ของทุกฝ่าย

ไม่ควรใช้เมื่อไหร่

  • เงินกู้มีการจดจำนองบ้านหรือที่ดินเป็นประกัน กรณีนี้ต้องทำเอกสารเฉพาะและจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ ควรใช้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดำเนินการ
  • คุณปล่อยกู้เป็นอาชีพหรือหวังผลกำไรเป็นประจำ เพราะการประกอบธุรกิจให้กู้ยืมโดยไม่มีใบอนุญาตอาจผิดกฎหมาย
  • ยอดเงินสูงมากเมื่อเทียบกับฐานะของคุณ หรือผู้ยืมมีหนี้สินรุงรังอยู่แล้ว กรณีแบบนี้ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ
  • เป็นการรีไฟแนนซ์หรือปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร ซึ่งต้องใช้เอกสารของสถาบันการเงินนั้นโดยตรง
  • อีกฝ่ายเป็นหนี้นอกระบบหรือถูกกดดันให้เซ็น สัญญาที่เกิดจากการบังคับข่มขู่มีปัญหาในตัวเองและอาจใช้บังคับไม่ได้

ข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • ชื่อ-นามสกุลตามบัตรประชาชน ที่อยู่ และเลขบัตรประชาชนของผู้ให้ยืมและผู้ยืม
  • จำนวนเงินที่ยืม เขียนทั้งตัวเลขและตัวอักษร เช่น 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)
  • วันที่และวิธีส่งมอบเงิน เช่น โอนพร้อมเพย์ โอนเข้าบัญชีธนาคาร หรือเงินสด
  • อัตราดอกเบี้ย (ถ้ามี) และวิธีคิด หรือระบุชัดว่าไม่คิดดอกเบี้ย
  • กำหนดชำระคืน จะคืนทั้งก้อนวันไหน หรือผ่อนงวดละเท่าไร ทุกวันที่เท่าไรของเดือน
  • บัญชีปลายทางที่ให้โอนเงินคืน เพื่อให้ทุกงวดมีหลักฐานตรวจสอบได้
  • ข้อตกลงเมื่อผิดนัดชำระ เช่น ระยะเวลาผ่อนผัน หรือให้ยอดคงเหลือถึงกำหนดทันที
  • ชื่อผู้ค้ำประกันหรือรายละเอียดหลักประกัน (ถ้ามี)
  • ชื่อพยานที่จะลงลายมือชื่อ (ถ้าต้องการให้มีพยาน)

ข้อสัญญาที่มีให้

คู่สัญญา

ระบุตัวตนของผู้ให้ยืมและผู้ยืมด้วยชื่อจริง ที่อยู่ และเลขบัตรประชาชน เพื่อให้ชัดเจนว่าใครเป็นหนี้ใคร

จำนวนเงินและการส่งมอบ

ระบุยอดเงินที่ยืมทั้งตัวเลขและตัวอักษร พร้อมวันที่และวิธีส่งมอบเงิน

ดอกเบี้ย

บันทึกอัตราดอกเบี้ยและวิธีคิด หรือเขียนกำกับชัดเจนว่าเป็นการยืมแบบไม่มีดอกเบี้ย

กำหนดชำระคืน

กำหนดว่าต้องคืนเงินเมื่อไร คืนทั้งก้อนหรือผ่อนเป็นงวด งวดละเท่าไร และงวดสุดท้ายคือวันไหน

วิธีชำระเงิน

ระบุบัญชีหรือช่องทางที่ผู้ยืมต้องใช้ชำระคืน เพื่อให้ทุกยอดมีร่องรอยตรวจสอบย้อนหลังได้

การชำระคืนก่อนกำหนด

ยืนยันว่าผู้ยืมจ่ายปิดยอดก่อนกำหนดได้หรือไม่ และดอกเบี้ยจะลดลงตามหรือเปล่า

การผิดนัดชำระ

นิยามว่าจ่ายช้าแค่ไหนถือว่าผิดนัด และจะเกิดอะไรตามมา เช่น การแจ้งเตือนหรือดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด

ผลเมื่อหยุดจ่ายทั้งหมด

ระบุสิทธิของผู้ให้ยืมหากผู้ยืมหยุดชำระ เช่น เรียกให้ชำระยอดคงเหลือทั้งหมดทันที

ผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี)

เพิ่มบุคคลที่สามที่ตกลงรับผิดชอบหนี้แทนหากผู้ยืมไม่ชำระ มักใช้กับยอดเงินที่สูงขึ้น

หลักประกัน (ถ้ามี)

บันทึกทรัพย์สินที่วางไว้ประกอบการยืม พร้อมเงื่อนไขการคืนหลักประกันเมื่อชำระครบ

ช่องทางติดต่อและแจ้งเตือน

กำหนดวิธีติดต่อกันอย่างเป็นทางการ เช่น โทรศัพท์ อีเมล หรือ LINE ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ

ลายมือชื่อและพยาน

ช่องลงลายมือชื่อของคู่สัญญาและพยาน พร้อมวันที่ทำสัญญา

ตัวช่วยสร้างจะถามอะไรบ้าง

  1. 1
    คู่สัญญาใครเป็นผู้ให้ยืมเงิน?
  2. 2
    จำนวนเงินจำนวนเงินเท่าไหร่?
  3. 3
    การจ่ายคืนชำระคืนครั้งเดียวหรือผ่อนเป็นงวด?
  4. 4
    ดอกเบี้ยคิดดอกเบี้ยหรือไม่?
  5. 5
    การจ่ายล่าช้าหากชำระล่าช้าจะเกิดอะไรขึ้น?
  6. 6
    ข้อตกลงเพิ่มเติมข้อตกลงเพิ่มเติม (ถ้ามี)
  7. 7
    ตรวจทานข้อสัญญาที่มีให้
  8. 8
    ส่งออกส่งออก PDF · ส่งออก DOCX
สร้างเอกสารนี้ฟรี

วิธีลงนาม

ให้ผู้ยืมลงลายมือชื่อด้วยตัวเองก่อนที่เงินจะออกจากบัญชีของคุณเสมอ นี่คือหัวใจของเอกสาร เพราะหลักฐานการกู้ยืมที่ใช้ยืนยันได้จริงต้องมีลายมือชื่อของผู้ยืมเป็นสำคัญ ฝั่งผู้ให้ยืมควรลงชื่อด้วยเพื่อความสมบูรณ์ของสัญญา ทำเอกสารอย่างน้อยสองฉบับ เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ และถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือของทั้งสองฝ่ายอีกชั้น

พยานไม่ใช่ข้อบังคับของสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป แต่การมีผู้ใหญ่ที่เป็นกลางสักหนึ่งหรือสองคนลงชื่อรับรู้ ช่วยเพิ่มน้ำหนักของเอกสารได้มากโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเมื่อยอดเงินสูง เลือกพยานที่ไม่ใช่คนในครอบครัวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะดีที่สุด

ส่งมอบเงินด้วยวิธีที่ทิ้งร่องรอยไว้เสมอ เช่น โอนพร้อมเพย์หรือโอนผ่านบัญชีธนาคาร แล้วเก็บสลิปคู่กับสัญญา หากจำเป็นต้องให้เงินสดจริง ๆ ให้ผู้ยืมเขียนข้อความรับเงินและลงชื่อกำกับในวันเดียวกันทันที

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • โอนเงินก่อนได้ลายมือชื่อ เพราะทันทีที่เงินถึงมืออีกฝ่าย โอกาสที่จะได้เอกสารครบถ้วนลดลงอย่างมาก
  • เขียนกำหนดคืนแบบคลุมเครือ เช่น คืนเมื่อพร้อม ทำให้ชี้ไม่ได้เลยว่าผู้ยืมผิดนัดตั้งแต่เมื่อไร
  • ระบุยอดเงินเป็นตัวเลขอย่างเดียว 50,000 กับ 500,000 ต่างกันแค่ศูนย์ตัวเดียว ควรเขียนตัวอักษรกำกับเสมอ
  • คิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายอนุญาตสำหรับการกู้ยืมระหว่างบุคคล ซึ่งเสี่ยงทำให้ดอกเบี้ยส่วนนั้นใช้บังคับไม่ได้และอาจมีความผิดตามกฎหมาย
  • ใช้ชื่อเล่นหรือชื่อในแชทแทนชื่อจริง ทำให้พิสูจน์ตัวตนของคู่สัญญาได้ยากเมื่อมีข้อพิพาท
  • รับชำระคืนเป็นเงินสดโดยไม่ออกใบรับเงินสักงวด สุดท้ายไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าจ่ายไปแล้วกี่งวด
  • ตกลงเลื่อนกำหนดหรือเปลี่ยนเงื่อนไขกันปากเปล่า ทำให้เอกสารไม่ตรงกับความจริง ควรทำบันทึกแนบท้ายหรือสัญญาขยายเวลาแทน
  • ลืมระบุผลของการผิดนัด พอผู้ยืมหยุดจ่ายจริงจึงต้องกลับมาต่อรองกันใหม่จากศูนย์

คำถามที่พบบ่อย

สัญญากู้ยืมเงินเขียนเองได้ไหม ต้องให้ทนายร่างหรือเปล่า

การยืมเงินระหว่างบุคคลทั่วไปสามารถใช้แบบฟอร์มสำเร็จรูปแล้วกรอกเงื่อนไขของตัวเองได้เลย ไม่จำเป็นต้องให้ทนายร่างทุกกรณี แต่ถ้ายอดเงินสูงมาก มีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสถานการณ์ของผู้ยืมซับซ้อน การปรึกษาทนายความก่อนลงชื่อคือการลงทุนที่คุ้มค่า

ให้ยืมเงินไปแล้วโดยไม่มีสัญญา ยังทำอะไรได้บ้าง

ยังพอมีทางแก้ ให้รวบรวมหลักฐานที่มี เช่น สลิปโอนเงินและแชท LINE ที่อีกฝ่ายยอมรับว่ายืม แล้วชวนผู้ยืมทำหนังสือรับสภาพหนี้หรือสัญญาผ่อนชำระย้อนหลัง เอกสารที่ผู้ยืมลงชื่อยอมรับยอดหนี้จะช่วยปิดช่องว่างเรื่องหลักฐานได้มาก

คิดดอกเบี้ยกับคนที่มายืมเงินได้เท่าไร

กฎหมายไทยจำกัดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างบุคคลทั่วไปไว้ โดยทั่วไปไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี การคิดเกินกว่านั้นเสี่ยงทำให้ดอกเบี้ยใช้บังคับไม่ได้และอาจผิดกฎหมาย หากไม่ต้องการคิดดอกเบี้ยเลยก็ทำได้ เพียงเขียนกำกับในสัญญาให้ชัดว่าไม่มีดอกเบี้ย

สัญญากู้ยืมเงินต้องมีพยานไหม

ไม่บังคับ สัญญาที่ผู้ยืมลงลายมือชื่อครบถ้วนใช้เป็นหลักฐานได้อยู่แล้ว แต่พยานที่เป็นกลางหนึ่งถึงสองคนช่วยยืนยันได้ว่ามีการทำสัญญากันจริง ซึ่งมีประโยชน์มากหากภายหลังอีกฝ่ายอ้างว่าไม่เคยเซ็นหรือถูกปลอมลายมือชื่อ

เซ็นสัญญากู้ยืมเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ไหม

หลายประเทศรวมถึงไทยมีกฎหมายรองรับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และการเซ็นบนไฟล์ PDF ก็ใช้กันมากขึ้นเมื่อคู่สัญญาอยู่คนละจังหวัด อย่างไรก็ตาม สำหรับยอดเงินสูง การเซ็นสดบนกระดาษต่อหน้าพยานยังเป็นทางเลือกที่รัดกุมที่สุด

สัญญากู้ยืมเงินต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่

ตามกฎหมายภาษีอากรของไทย สัญญากู้ยืมเงินเป็นตราสารที่ต้องติดอากรแสตมป์ตามอัตราที่กำหนด และเอกสารที่ไม่ได้ติดอากรให้ครบถ้วนอาจมีปัญหาเมื่อจะนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่ง รายละเอียดขึ้นอยู่กับยอดเงินและช่วงเวลา หากไม่แน่ใจควรสอบถามหน่วยงานสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญ

ผู้ยืมไม่จ่ายตามสัญญา ควรทำอย่างไรตามลำดับ

เริ่มจากทวงถามอย่างสุภาพผ่านช่องทางที่ตกลงกันไว้ ตามด้วยหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระหนี้ และหนังสือทวงถามหนี้ขั้นสุดท้ายก่อนดำเนินการทางกฎหมาย สัญญาที่เซ็นไว้บวกกับสลิปโอนเงินคือหลักฐานหลัก ข้อพิพาทจำนวนมากจบลงได้เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าเอกสารของเราครบ

แบบฟอร์มสัญญากู้ยืมเงินของ FinSafe ฟรีจริงไหม

ฟรีจริง กรอกข้อมูลและดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF หรือ DOCX ได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินและไม่ต้องสมัครสมาชิก FinSafe ตั้งใจให้เอกสารการเงินพื้นฐานเป็นของฟรีสำหรับทุกคน

สัญญากู้ยืมเงินต่างจากหนังสือรับสภาพหนี้อย่างไร

สัญญากู้ยืมเงินทำตอนที่กำลังจะส่งมอบเงินกัน เพื่อกำหนดเงื่อนไขล่วงหน้า ส่วนหนังสือรับสภาพหนี้ทำหลังจากหนี้เกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้ลูกหนี้ลงชื่อยอมรับว่ามีหนี้ค้างอยู่จริงเท่าไร ถ้าเงินยังไม่ออกจากมือ ให้ใช้สัญญากู้ยืมเงินเป็นหลัก