สัญญากู้ยืมเงินที่ใช้งานได้จริงต้องมีอย่างน้อย 5 อย่าง คือ ชื่อผู้ให้ยืมและผู้ยืม จำนวนเงินที่ยืม วันที่ทำสัญญา กำหนดเวลาชำระคืน และลายมือชื่อของผู้ยืม โดยลายมือชื่อผู้ยืมสำคัญที่สุด เพราะตามกฎหมายไทย การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม จะฟ้องร้องบังคับคดีได้ยากมาก แม้จะยืมกันจริงก็ตาม
หลายคนให้เพื่อนหรือญาติยืมเงินหลักหมื่นด้วยความไว้ใจ โอนพร้อมเพย์ให้ทันทีโดยไม่มีอะไรเป็นลายลักษณ์อักษร พอถึงเวลาทวงคืนกลับพบว่าหลักฐานในมือไม่พอ บทความนี้จะพาไล่ทีละหัวข้อว่าสัญญากู้ยืมที่ดีควรเขียนอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างที่นำไปใช้ได้ทันที ทั้งนี้เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย หากเป็นเงินก้อนใหญ่หรือมีเงื่อนไขซับซ้อน ควรปรึกษาทนายความก่อนลงชื่อ
ข้อมูลคู่สัญญา: ใครยืม ใครให้ยืม
เริ่มจากระบุตัวตนของทั้งสองฝ่ายให้ชัดที่สุด ใช้ชื่อ-นามสกุลจริงตามบัตรประชาชน ไม่ใช่ชื่อเล่นหรือชื่อที่ใช้ในแชท เพราะเมื่อต้องพิสูจน์ว่าใครเป็นหนี้ใคร ชื่ออย่าง พี่เอ็ม หรือ น้องแนน แทบไม่มีน้ำหนักเลย ควรใส่เลขบัตรประชาชนและที่อยู่ปัจจุบันของทั้งผู้ยืมและผู้ให้ยืมด้วย
ถ้าเป็นการยืมกันระหว่างเพื่อนหรือคนรู้จักผ่านโซเชียล แนะนำให้ขอสำเนาหรือรูปถ่ายบัตรประชาชนของผู้ยืมเก็บไว้ประกอบ หรืออย่างน้อยให้ผู้ยืมพิมพ์ชื่อ-นามสกุลจริงยืนยันในแชทด้วยตัวเอง จะช่วยยืนยันตัวตนได้อีกชั้นหากมีข้อพิพาทภายหลัง
- ชื่อ-นามสกุลตามบัตรประชาชนของผู้ยืมและผู้ให้ยืม
- เลขบัตรประชาชน 13 หลักของทั้งสองฝ่าย
- ที่อยู่ปัจจุบันที่ติดต่อได้จริง
- เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางติดต่ออื่น เช่น LINE
จำนวนเงินและวิธีส่งมอบเงิน
ระบุจำนวนเงินที่ยืมทั้งตัวเลขและตัวอักษร เช่น 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) เพื่อป้องกันการแก้ตัวเลขภายหลัง และเขียนให้ชัดว่าส่งมอบเงินกันอย่างไร โอนผ่านพร้อมเพย์ โอนเข้าบัญชีธนาคาร หรือจ่ายเป็นเงินสด พร้อมระบุวันที่ส่งมอบเงินด้วย
ถ้าเลือกได้ ควรโอนเงินแทนการยื่นเงินสดเสมอ เพราะสลิปโอนเงินคือหลักฐานชั้นดีว่าเงินออกจากบัญชีใคร เข้าบัญชีใคร เมื่อไร จำนวนเท่าไร หากจำเป็นต้องให้เงินสดจริง ๆ ให้ผู้ยืมเขียนข้อความรับเงินและลงชื่อกำกับไว้ในสัญญาหรือใบรับเงินทันทีที่รับเงิน
ดอกเบี้ยและกำหนดชำระคืน
เขียนให้ชัดว่าจะคืนเมื่อไรและคืนอย่างไร เช่น คืนทั้งก้อนภายในวันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือผ่อนคืนเดือนละ 3,000 บาท ทุกวันที่ 5 ของเดือนจนกว่าจะครบ การเขียนแบบ คืนเมื่อพร้อม หรือ คืนเร็ว ๆ นี้ สร้างปัญหาแน่นอน เพราะไม่มีจุดไหนชี้ได้ว่าลูกหนี้ผิดนัดแล้วหรือยัง
ส่วนเรื่องดอกเบี้ย โดยทั่วไปกฎหมายไทยจำกัดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างบุคคลทั่วไปไว้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี หากคิดเกินกว่านั้น ดอกเบี้ยส่วนนั้นเสี่ยงใช้บังคับไม่ได้เลย และถ้าตกลงกันว่าไม่คิดดอกเบี้ย ก็ควรเขียนกำกับไว้ว่าไม่มีดอกเบี้ยเช่นกัน จะได้ไม่ต้องเถียงกันภายหลัง
วันที่ ลายมือชื่อ และพยาน
ลงวันที่ทำสัญญาให้ครบ และให้ผู้ยืมลงลายมือชื่อด้วยตัวเองเสมอ นี่คือหัวใจของเอกสาร เพราะหลักฐานการกู้ยืมที่ใช้ฟ้องร้องได้ กฎหมายเน้นที่ลายมือชื่อของผู้ยืมเป็นสำคัญ ฝั่งผู้ให้ยืมควรลงชื่อด้วยเพื่อความเรียบร้อยของเอกสาร
พยานไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับสำหรับสัญญากู้ยืมเงิน แต่การมีพยานที่เป็นกลางลงชื่อไว้สักหนึ่งหรือสองคนช่วยเพิ่มน้ำหนักได้มาก ทำสัญญาอย่างน้อยสองฉบับ เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ และถ่ายรูปสัญญาเก็บไว้ในมือถือของทั้งสองฝ่ายอีกชั้นหนึ่ง
ข้อตกลงเพิ่มเติมที่ช่วยกันปัญหาภายหลัง
นอกจากข้อมูลหลักแล้ว สัญญาที่รัดกุมมักระบุด้วยว่าถ้าผิดนัดชำระจะเกิดอะไรขึ้น เช่น ยอดที่เหลือทั้งหมดถึงกำหนดชำระทันที หรือคิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดตามอัตราที่กฎหมายอนุญาต รวมถึงเขียนเงื่อนไขการชำระคืนก่อนกำหนดให้ชัดว่าทำได้โดยไม่มีค่าปรับหรือไม่
ถ้ามีหลักประกัน เช่น ฝากโฉนดที่ดินหรือเล่มทะเบียนรถไว้กับผู้ให้ยืม หรือมีผู้ค้ำประกัน ต้องเขียนระบุในสัญญาให้ชัดเจน อย่าตกลงกันปากเปล่า เพราะของมีค่าเหล่านี้มักกลายเป็นชนวนขัดแย้งเมื่อสองฝ่ายจำเงื่อนไขไม่ตรงกัน
- ผลของการผิดนัดชำระ เช่น ยอดคงเหลือถึงกำหนดทันที
- เงื่อนไขการชำระคืนก่อนกำหนด
- หลักประกันที่วางไว้ และเงื่อนไขการคืนหลักประกัน
- ชื่อผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี) พร้อมลายมือชื่อ
- ช่องทางแจ้งเตือนและติดต่อกันระหว่างผ่อนชำระ
เช็กลิสต์
- ชื่อ-นามสกุลจริง เลขบัตรประชาชน และที่อยู่ของทั้งสองฝ่าย
- จำนวนเงินที่ยืม เขียนทั้งตัวเลขและตัวอักษร
- วิธีและวันที่ส่งมอบเงิน พร้อมเก็บสลิปโอนไว้คู่กัน
- อัตราดอกเบี้ยไม่เกินที่กฎหมายอนุญาต หรือระบุชัดว่าไม่มีดอกเบี้ย
- กำหนดชำระคืนเป็นวันที่ชัดเจน หรือแนบตารางผ่อนรายงวด
- วันที่ทำสัญญา และลายมือชื่อผู้ยืมที่เซ็นด้วยตัวเอง
- ทำสัญญาสองฉบับ เก็บฝ่ายละฉบับ พร้อมถ่ายรูปสำรองไว้
- ตรวจเรื่องอากรแสตมป์ของสัญญากู้ยืมก่อนถึงวันต้องใช้ในชั้นศาล
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ชื่อเล่นหรือชื่อในเฟซบุ๊กแทนชื่อจริง ทำให้พิสูจน์ตัวตนผู้ยืมได้ยาก
- ยื่นเงินสดให้โดยไม่มีใบรับเงินหรือหลักฐานการส่งมอบใด ๆ
- เขียนกำหนดคืนแบบคลุมเครือ เช่น คืนเมื่อพร้อม จนชี้วันผิดนัดไม่ได้
- คิดดอกเบี้ยเกินเพดานที่กฎหมายอนุญาต จนดอกเบี้ยเสี่ยงใช้บังคับไม่ได้
- ลืมให้ผู้ยืมลงลายมือชื่อ หรือให้คนอื่นเซ็นแทนกัน
- ทำสัญญาฉบับเดียวแล้วให้อีกฝ่ายเก็บ สุดท้ายเอกสารหายทั้งเรื่อง
คำถามที่พบบ่อย
เขียนสัญญากู้ยืมเงินเองได้ไหม ต้องใช้แบบฟอร์มทางการหรือเปล่า
เขียนเองได้ กฎหมายไม่ได้บังคับแบบฟอร์ม ขอเพียงมีสาระสำคัญครบ คือชื่อคู่สัญญา ยอดเงิน กำหนดคืน และลายมือชื่อผู้ยืม ถ้าไม่อยากเริ่มจากกระดาษเปล่า ใช้เทมเพลตสัญญากู้ยืมเงินของ FinSafe เป็นโครงแล้วปรับให้ตรงกับข้อตกลงจริงได้ฟรี
เขียนด้วยลายมือบนกระดาษธรรมดาได้ไหม
ได้ ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ ขอให้อ่านออกชัดเจน ระบุสาระสำคัญครบ และมีลายมือชื่อผู้ยืม จะเขียนบนกระดาษสมุดก็ใช้เป็นหลักฐานได้ แต่ควรเขียนให้เรียบร้อยและไม่มีรอยขูดลบที่ชวนสงสัย
ยืมเงินไม่เกิน 2,000 บาท ต้องทำสัญญาไหม
กฎหมายไม่ได้บังคับให้มีหลักฐานเป็นหนังสือสำหรับยอดเล็กระดับนั้น แต่การเก็บหลักฐานไว้บ้างก็ยังคุ้ม เช่น ข้อความแชทที่ตกลงยืมกันและสลิปโอนเงิน เผื่อไว้กรณีอีกฝ่ายปฏิเสธว่าไม่เคยยืม
ไม่ได้เขียนเรื่องดอกเบี้ยไว้ในสัญญา จะคิดดอกเบี้ยได้ไหม
โดยทั่วไปถ้าไม่ได้ตกลงเรื่องดอกเบี้ยกันไว้ ผู้ให้ยืมจะมาคิดดอกเบี้ยย้อนหลังตามใจไม่ได้ ส่วนกรณีลูกหนี้ผิดนัด กฎหมายเปิดให้คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดได้ในอัตราที่กฎหมายกำหนด รายละเอียดขึ้นกับข้อเท็จจริงแต่ละกรณี ถ้ายอดสูงควรปรึกษาทนายความ
สัญญากู้ยืมเงินต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญากู้ยืมเงินเป็นตราสารที่กฎหมายภาษีกำหนดให้ติดอากรแสตมป์ หากไม่ติดหรือติดไม่ครบ อาจนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะชำระอากรให้ถูกต้อง แนะนำให้ตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนถึงวันต้องใช้เอกสารในชั้นศาล
ทำสัญญาเป็นไฟล์ PDF แล้วเซ็นในมือถือได้ไหม
ได้ กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของไทยรองรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ หากระบุตัวผู้เซ็นและเจตนาได้ ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับ แชทที่ยืนยันการเซ็น และสลิปโอนเงินไว้ประกอบกัน อ่านรายละเอียดได้ในไกด์เรื่องลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ของเรา
เขียนสัญญาผิด ต้องแก้ไขอย่างไร
จุดเล็ก ๆ ให้ขีดฆ่าข้อความเดิมแล้วเขียนใหม่ พร้อมให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อกำกับตรงรอยแก้ อย่าใช้น้ำยาลบคำผิดเด็ดขาด ถ้าแก้หลายจุดหรือแก้สาระสำคัญ เช่น ยอดเงินหรือกำหนดคืน ควรทำสัญญาฉบับใหม่หรือทำบันทึกแนบท้ายที่ลงชื่อทั้งสองฝ่าย
แหล่งอ้างอิง
- Thailand Civil and Commercial Code — loan provisions
คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ข้อกำหนดทางกฎหมายแตกต่างกันไปตามเขตกฎหมาย ประเภทธุรกรรม และสถานการณ์ของแต่ละคน