การให้ยืม

สัญญากู้ยืมเงินต้องมีอะไรบ้าง

ตรวจทานล่าสุด: 18 มิถุนายน 2569

สัญญากู้ยืมเงินที่ใช้งานได้จริงต้องมีอย่างน้อย 5 อย่าง คือ ชื่อผู้ให้ยืมและผู้ยืม จำนวนเงินที่ยืม วันที่ทำสัญญา กำหนดเวลาชำระคืน และลายมือชื่อของผู้ยืม โดยลายมือชื่อผู้ยืมสำคัญที่สุด เพราะตามกฎหมายไทย การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม จะฟ้องร้องบังคับคดีได้ยากมาก แม้จะยืมกันจริงก็ตาม

หลายคนให้เพื่อนหรือญาติยืมเงินหลักหมื่นด้วยความไว้ใจ โอนพร้อมเพย์ให้ทันทีโดยไม่มีอะไรเป็นลายลักษณ์อักษร พอถึงเวลาทวงคืนกลับพบว่าหลักฐานในมือไม่พอ บทความนี้จะพาไล่ทีละหัวข้อว่าสัญญากู้ยืมที่ดีควรเขียนอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างที่นำไปใช้ได้ทันที ทั้งนี้เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย หากเป็นเงินก้อนใหญ่หรือมีเงื่อนไขซับซ้อน ควรปรึกษาทนายความก่อนลงชื่อ

ข้อมูลคู่สัญญา: ใครยืม ใครให้ยืม

เริ่มจากระบุตัวตนของทั้งสองฝ่ายให้ชัดที่สุด ใช้ชื่อ-นามสกุลจริงตามบัตรประชาชน ไม่ใช่ชื่อเล่นหรือชื่อที่ใช้ในแชท เพราะเมื่อต้องพิสูจน์ว่าใครเป็นหนี้ใคร ชื่ออย่าง พี่เอ็ม หรือ น้องแนน แทบไม่มีน้ำหนักเลย ควรใส่เลขบัตรประชาชนและที่อยู่ปัจจุบันของทั้งผู้ยืมและผู้ให้ยืมด้วย

ถ้าเป็นการยืมกันระหว่างเพื่อนหรือคนรู้จักผ่านโซเชียล แนะนำให้ขอสำเนาหรือรูปถ่ายบัตรประชาชนของผู้ยืมเก็บไว้ประกอบ หรืออย่างน้อยให้ผู้ยืมพิมพ์ชื่อ-นามสกุลจริงยืนยันในแชทด้วยตัวเอง จะช่วยยืนยันตัวตนได้อีกชั้นหากมีข้อพิพาทภายหลัง

  • ชื่อ-นามสกุลตามบัตรประชาชนของผู้ยืมและผู้ให้ยืม
  • เลขบัตรประชาชน 13 หลักของทั้งสองฝ่าย
  • ที่อยู่ปัจจุบันที่ติดต่อได้จริง
  • เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางติดต่ออื่น เช่น LINE

จำนวนเงินและวิธีส่งมอบเงิน

ระบุจำนวนเงินที่ยืมทั้งตัวเลขและตัวอักษร เช่น 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) เพื่อป้องกันการแก้ตัวเลขภายหลัง และเขียนให้ชัดว่าส่งมอบเงินกันอย่างไร โอนผ่านพร้อมเพย์ โอนเข้าบัญชีธนาคาร หรือจ่ายเป็นเงินสด พร้อมระบุวันที่ส่งมอบเงินด้วย

ถ้าเลือกได้ ควรโอนเงินแทนการยื่นเงินสดเสมอ เพราะสลิปโอนเงินคือหลักฐานชั้นดีว่าเงินออกจากบัญชีใคร เข้าบัญชีใคร เมื่อไร จำนวนเท่าไร หากจำเป็นต้องให้เงินสดจริง ๆ ให้ผู้ยืมเขียนข้อความรับเงินและลงชื่อกำกับไว้ในสัญญาหรือใบรับเงินทันทีที่รับเงิน

ดอกเบี้ยและกำหนดชำระคืน

เขียนให้ชัดว่าจะคืนเมื่อไรและคืนอย่างไร เช่น คืนทั้งก้อนภายในวันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือผ่อนคืนเดือนละ 3,000 บาท ทุกวันที่ 5 ของเดือนจนกว่าจะครบ การเขียนแบบ คืนเมื่อพร้อม หรือ คืนเร็ว ๆ นี้ สร้างปัญหาแน่นอน เพราะไม่มีจุดไหนชี้ได้ว่าลูกหนี้ผิดนัดแล้วหรือยัง

ส่วนเรื่องดอกเบี้ย โดยทั่วไปกฎหมายไทยจำกัดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างบุคคลทั่วไปไว้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี หากคิดเกินกว่านั้น ดอกเบี้ยส่วนนั้นเสี่ยงใช้บังคับไม่ได้เลย และถ้าตกลงกันว่าไม่คิดดอกเบี้ย ก็ควรเขียนกำกับไว้ว่าไม่มีดอกเบี้ยเช่นกัน จะได้ไม่ต้องเถียงกันภายหลัง

วันที่ ลายมือชื่อ และพยาน

ลงวันที่ทำสัญญาให้ครบ และให้ผู้ยืมลงลายมือชื่อด้วยตัวเองเสมอ นี่คือหัวใจของเอกสาร เพราะหลักฐานการกู้ยืมที่ใช้ฟ้องร้องได้ กฎหมายเน้นที่ลายมือชื่อของผู้ยืมเป็นสำคัญ ฝั่งผู้ให้ยืมควรลงชื่อด้วยเพื่อความเรียบร้อยของเอกสาร

พยานไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับสำหรับสัญญากู้ยืมเงิน แต่การมีพยานที่เป็นกลางลงชื่อไว้สักหนึ่งหรือสองคนช่วยเพิ่มน้ำหนักได้มาก ทำสัญญาอย่างน้อยสองฉบับ เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ และถ่ายรูปสัญญาเก็บไว้ในมือถือของทั้งสองฝ่ายอีกชั้นหนึ่ง

ข้อตกลงเพิ่มเติมที่ช่วยกันปัญหาภายหลัง

นอกจากข้อมูลหลักแล้ว สัญญาที่รัดกุมมักระบุด้วยว่าถ้าผิดนัดชำระจะเกิดอะไรขึ้น เช่น ยอดที่เหลือทั้งหมดถึงกำหนดชำระทันที หรือคิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดตามอัตราที่กฎหมายอนุญาต รวมถึงเขียนเงื่อนไขการชำระคืนก่อนกำหนดให้ชัดว่าทำได้โดยไม่มีค่าปรับหรือไม่

ถ้ามีหลักประกัน เช่น ฝากโฉนดที่ดินหรือเล่มทะเบียนรถไว้กับผู้ให้ยืม หรือมีผู้ค้ำประกัน ต้องเขียนระบุในสัญญาให้ชัดเจน อย่าตกลงกันปากเปล่า เพราะของมีค่าเหล่านี้มักกลายเป็นชนวนขัดแย้งเมื่อสองฝ่ายจำเงื่อนไขไม่ตรงกัน

  • ผลของการผิดนัดชำระ เช่น ยอดคงเหลือถึงกำหนดทันที
  • เงื่อนไขการชำระคืนก่อนกำหนด
  • หลักประกันที่วางไว้ และเงื่อนไขการคืนหลักประกัน
  • ชื่อผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี) พร้อมลายมือชื่อ
  • ช่องทางแจ้งเตือนและติดต่อกันระหว่างผ่อนชำระ

เช็กลิสต์

  • ชื่อ-นามสกุลจริง เลขบัตรประชาชน และที่อยู่ของทั้งสองฝ่าย
  • จำนวนเงินที่ยืม เขียนทั้งตัวเลขและตัวอักษร
  • วิธีและวันที่ส่งมอบเงิน พร้อมเก็บสลิปโอนไว้คู่กัน
  • อัตราดอกเบี้ยไม่เกินที่กฎหมายอนุญาต หรือระบุชัดว่าไม่มีดอกเบี้ย
  • กำหนดชำระคืนเป็นวันที่ชัดเจน หรือแนบตารางผ่อนรายงวด
  • วันที่ทำสัญญา และลายมือชื่อผู้ยืมที่เซ็นด้วยตัวเอง
  • ทำสัญญาสองฉบับ เก็บฝ่ายละฉบับ พร้อมถ่ายรูปสำรองไว้
  • ตรวจเรื่องอากรแสตมป์ของสัญญากู้ยืมก่อนถึงวันต้องใช้ในชั้นศาล

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ชื่อเล่นหรือชื่อในเฟซบุ๊กแทนชื่อจริง ทำให้พิสูจน์ตัวตนผู้ยืมได้ยาก
  • ยื่นเงินสดให้โดยไม่มีใบรับเงินหรือหลักฐานการส่งมอบใด ๆ
  • เขียนกำหนดคืนแบบคลุมเครือ เช่น คืนเมื่อพร้อม จนชี้วันผิดนัดไม่ได้
  • คิดดอกเบี้ยเกินเพดานที่กฎหมายอนุญาต จนดอกเบี้ยเสี่ยงใช้บังคับไม่ได้
  • ลืมให้ผู้ยืมลงลายมือชื่อ หรือให้คนอื่นเซ็นแทนกัน
  • ทำสัญญาฉบับเดียวแล้วให้อีกฝ่ายเก็บ สุดท้ายเอกสารหายทั้งเรื่อง

คำถามที่พบบ่อย

เขียนสัญญากู้ยืมเงินเองได้ไหม ต้องใช้แบบฟอร์มทางการหรือเปล่า

เขียนเองได้ กฎหมายไม่ได้บังคับแบบฟอร์ม ขอเพียงมีสาระสำคัญครบ คือชื่อคู่สัญญา ยอดเงิน กำหนดคืน และลายมือชื่อผู้ยืม ถ้าไม่อยากเริ่มจากกระดาษเปล่า ใช้เทมเพลตสัญญากู้ยืมเงินของ FinSafe เป็นโครงแล้วปรับให้ตรงกับข้อตกลงจริงได้ฟรี

เขียนด้วยลายมือบนกระดาษธรรมดาได้ไหม

ได้ ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ ขอให้อ่านออกชัดเจน ระบุสาระสำคัญครบ และมีลายมือชื่อผู้ยืม จะเขียนบนกระดาษสมุดก็ใช้เป็นหลักฐานได้ แต่ควรเขียนให้เรียบร้อยและไม่มีรอยขูดลบที่ชวนสงสัย

ยืมเงินไม่เกิน 2,000 บาท ต้องทำสัญญาไหม

กฎหมายไม่ได้บังคับให้มีหลักฐานเป็นหนังสือสำหรับยอดเล็กระดับนั้น แต่การเก็บหลักฐานไว้บ้างก็ยังคุ้ม เช่น ข้อความแชทที่ตกลงยืมกันและสลิปโอนเงิน เผื่อไว้กรณีอีกฝ่ายปฏิเสธว่าไม่เคยยืม

ไม่ได้เขียนเรื่องดอกเบี้ยไว้ในสัญญา จะคิดดอกเบี้ยได้ไหม

โดยทั่วไปถ้าไม่ได้ตกลงเรื่องดอกเบี้ยกันไว้ ผู้ให้ยืมจะมาคิดดอกเบี้ยย้อนหลังตามใจไม่ได้ ส่วนกรณีลูกหนี้ผิดนัด กฎหมายเปิดให้คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดได้ในอัตราที่กฎหมายกำหนด รายละเอียดขึ้นกับข้อเท็จจริงแต่ละกรณี ถ้ายอดสูงควรปรึกษาทนายความ

สัญญากู้ยืมเงินต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญากู้ยืมเงินเป็นตราสารที่กฎหมายภาษีกำหนดให้ติดอากรแสตมป์ หากไม่ติดหรือติดไม่ครบ อาจนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะชำระอากรให้ถูกต้อง แนะนำให้ตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนถึงวันต้องใช้เอกสารในชั้นศาล

ทำสัญญาเป็นไฟล์ PDF แล้วเซ็นในมือถือได้ไหม

ได้ กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของไทยรองรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ หากระบุตัวผู้เซ็นและเจตนาได้ ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับ แชทที่ยืนยันการเซ็น และสลิปโอนเงินไว้ประกอบกัน อ่านรายละเอียดได้ในไกด์เรื่องลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ของเรา

เขียนสัญญาผิด ต้องแก้ไขอย่างไร

จุดเล็ก ๆ ให้ขีดฆ่าข้อความเดิมแล้วเขียนใหม่ พร้อมให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อกำกับตรงรอยแก้ อย่าใช้น้ำยาลบคำผิดเด็ดขาด ถ้าแก้หลายจุดหรือแก้สาระสำคัญ เช่น ยอดเงินหรือกำหนดคืน ควรทำสัญญาฉบับใหม่หรือทำบันทึกแนบท้ายที่ลงชื่อทั้งสองฝ่าย

แหล่งอ้างอิง

  • Thailand Civil and Commercial Code — loan provisions