การจ่ายคืน

ลูกหนี้ไม่จ่ายทำอย่างไร

ตรวจทานล่าสุด: 20 พฤษภาคม 2569

เมื่อลูกหนี้ไม่จ่ายตามกำหนด สิ่งแรกที่ควรทำคือทวงถามอย่างสุภาพและเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมรวบรวมหลักฐานการยืมและการค้างชำระให้ครบ ยังไม่ใช่การขึ้นโรงขึ้นศาลทันที เพราะหลายกรณีเกิดจากลืมหรือขาดสภาพคล่องชั่วคราว การเปิดทางเจรจาและทำตารางผ่อนใหม่มักได้เงินคืนเร็วและเจ็บตัวน้อยกว่า

แต่ถ้าเตือนแล้วยังเงียบหรือบ่ายเบี่ยงเรื่อยไป ก็ต้องยกระดับเป็นหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ และประเมินขั้นต่อไปตามยอดและหลักฐานที่มี บทความนี้จะไล่ให้ดูตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงจุดที่ควรปรึกษาทนายความ เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย และไม่การันตีผลของแต่ละกรณี เพราะขึ้นกับข้อเท็จจริงและหลักฐานที่มีอยู่จริง

ตั้งสติและประเมินสถานการณ์ก่อน

ก่อนลงมือทวง ให้ตั้งหลักดูก่อนว่าหนี้ก้อนนี้มีหลักฐานแค่ไหน มีสัญญากู้ยืมที่ผู้ยืมลงชื่อไหม มีสลิปโอนและแชทที่ตกลงกันครบหรือเปล่า ยอดค้างเท่าไร ค้างมากี่งวดแล้ว การรู้สถานะหลักฐานของตัวเองช่วยให้เลือกวิธีทวงได้เหมาะสม ไม่รีบร้อนจนเสียเปรียบ และไม่ปล่อยจนนานเกินไป

ลองแยกด้วยว่าลูกหนี้ไม่จ่ายเพราะอะไร ลืมจริง ขาดสภาพคล่องชั่วคราว หรือตั้งใจเบี้ยว เพราะสามกรณีนี้ใช้วิธีต่างกัน คนที่ลืมมักจ่ายทันทีเมื่อเตือน คนที่ขาดสภาพคล่องอาจต้องการตารางผ่อนใหม่ ส่วนคนที่ตั้งใจเบี้ยวคือกลุ่มที่ต้องเก็บหลักฐานให้แน่นและยกระดับเป็นลายลักษณ์อักษรเร็วขึ้น

เริ่มจากการทวงถามอย่างเป็นมิตร

ก้าวแรกที่ได้ผลและรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้มากที่สุดคือทักไปเตือนแบบสุภาพ อ้างถึงข้อตกลงเดิมและยอดที่ถึงกำหนด เช่น ทวงงวดวันที่ 5 ที่ผ่านมา ยอด 3,000 บาท ไม่ทราบว่าติดขัดอะไรหรือเปล่า พิมพ์ในแชทเพื่อให้มีหลักฐานว่าได้ทวงแล้ว และเปิดโอกาสให้ผู้ยืมชี้แจง

รักษาน้ำเสียงให้เป็นเรื่องธุระ ไม่ใช่การกล่าวหา เพราะจุดนี้ยังมีโอกาสสูงที่จะได้เงินคืนโดยไม่บานปลาย ถ้าผู้ยืมขอเลื่อน ให้ตกลงวันใหม่ที่ชัดเจนและบันทึกไว้ อย่าปล่อยเป็น เดี๋ยวจ่าย ลอย ๆ เพราะจะกลายเป็นการผัดไปเรื่อย ๆ จนจับจุดผิดนัดไม่ได้

ยกระดับเป็นหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ

ถ้าทวงในแชทหลายครั้งแล้วยังเงียบ ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระหนี้ ระบุยอดค้าง งวดที่ผิดนัด และกำหนดเวลาให้ชำระภายในกี่วันอย่างชัดเจน ส่งผ่านช่องทางที่ตรวจสอบการรับได้ เช่น ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ควบคู่กับส่งในแชท และเก็บหลักฐานการส่งไว้ทุกครั้ง

หนังสือแจ้งเตือนทำหน้าที่สองอย่าง คือกดดันให้ลูกหนี้รู้ว่าคุณเอาจริง และเป็นหลักฐานว่าได้ทวงถามอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งสำคัญมากหากต้องดำเนินการต่อ ควรใช้ถ้อยคำสุภาพ ตรงประเด็น ไม่ข่มขู่หรือประจาน เพราะการทวงหนี้ด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ฝ่ายที่ทวงกลายเป็นฝ่ายผิดเสียเอง

เปิดทางเจรจาและทำตารางผ่อนใหม่

หลายครั้งลูกหนี้อยากจ่ายแต่จ่ายก้อนเดียวไม่ไหว การยืนกรานเอาทั้งหมดทันทีอาจได้ศูนย์บาท ในขณะที่การยอมทำตารางผ่อนใหม่ที่เขาพอไหว เช่น แบ่งยอดค้าง 20,000 บาทเป็นเดือนละ 4,000 บาท ห้างวด กลับทำให้ได้เงินคืนจริง ให้ทำข้อตกลงใหม่เป็นลายลักษณ์อักษรและให้ลูกหนี้ลงชื่อ

ในข้อตกลงใหม่ควรระบุยอดค้างที่แท้จริง จำนวนงวด วันครบกำหนดแต่ละงวด และผลถ้าผิดนัดซ้ำ เช่น ยอดคงเหลือถึงกำหนดทันที การให้ลูกหนี้ยอมรับยอดหนี้เป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งยังช่วยยืนยันหนี้ให้ชัดขึ้น เผื่อกรณีที่ต้องดำเนินการต่อในภายหลัง

เมื่อไรควรปรึกษาทนายความหรือดำเนินการต่อ

ถ้าเตือนและเจรจาแล้วยังไม่จ่าย ยอดสูงพอที่จะเดือดร้อน หรือลูกหนี้เริ่มติดต่อไม่ได้ ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินทางเลือก ทนายจะช่วยดูว่าหลักฐานหนักแน่นพอไหม ควรออกหนังสือทวงถามฉบับทางการ หรือดำเนินการทางศาลอย่างไร รวมถึงเรื่องอากรแสตมป์ของสัญญาที่อาจต้องจัดการก่อนใช้เอกสารในชั้นศาล

อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปนานเกินไปโดยไม่ทำอะไร เพราะการเรียกให้ชำระหนี้มีกรอบเวลาตามกฎหมายที่ต่างกันในแต่ละกรณี ยิ่งเก็บหลักฐานครบและลงมือเร็วเท่าไร โอกาสได้เงินคืนก็ยิ่งสูง แต่ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง จึงควรให้ทนายความประเมินก่อนตัดสินใจก้าวต่อไป

ขั้นตอน

  1. ทบทวนหลักฐานที่มี ทั้งสัญญา แชท สลิปโอน และบันทึกการผ่อน แล้วสรุปยอดค้างและงวดที่ผิดนัดให้ชัด
  2. ทักไปทวงอย่างสุภาพในแชท อ้างถึงยอดและงวดที่ถึงกำหนด เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ชี้แจง
  3. ถ้าลูกหนี้ขอเลื่อน ให้ตกลงวันใหม่ที่ชัดเจนและบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  4. ทวงซ้ำเมื่อถึงวันที่นัดใหม่แล้วยังไม่จ่าย โดยยังคงเก็บทุกข้อความไว้เป็นหลักฐาน
  5. ทำหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระหนี้อย่างเป็นทางการ ระบุยอดค้างและกำหนดเวลา ส่งแบบตรวจสอบการรับได้
  6. เจรจาทำตารางผ่อนใหม่ที่ลูกหนี้พอไหว และให้ลงชื่อยอมรับยอดหนี้อีกครั้ง
  7. ถ้ายังไม่จ่าย ยอดสูง หรือติดต่อไม่ได้ ให้รวบรวมหลักฐานตามลำดับเวลาแล้วปรึกษาทนายความ

เช็กลิสต์

  • รู้ยอดค้างที่แท้จริง และงวดที่เริ่มผิดนัด
  • มีสัญญากู้ยืมหรือหลักฐานการยืมที่ผู้ยืมยอมรับ
  • เก็บสลิปการคืนแต่ละงวดและบันทึกยอดคงเหลือไว้ครบ
  • ทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง ไม่ทวงลอย ๆ ด้วยวาจา
  • ถ้อยคำในการทวงสุภาพ ไม่ข่มขู่หรือประจานลูกหนี้
  • มีหนังสือแจ้งเตือนที่ระบุยอดและกำหนดเวลาชัดเจน
  • ข้อตกลงผ่อนใหม่ทำเป็นลายลักษณ์อักษรและมีลายมือชื่อลูกหนี้
  • ปรึกษาทนายความก่อนเวลาผ่านไปนานเกินไป หากยอดสูงหรือยังไม่จ่าย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ทวงด้วยวาจาหรือโทรอย่างเดียว จนไม่มีหลักฐานว่าทวงแล้ว
  • ปล่อยให้ผู้ยืมผัด เดี๋ยวจ่าย ไปเรื่อย ๆ โดยไม่กำหนดวันใหม่
  • ใช้คำข่มขู่หรือประจานในที่สาธารณะ จนตัวเองเสี่ยงกลายเป็นฝ่ายผิด
  • ยืนกรานเอายอดทั้งก้อนทันที ทั้งที่การผ่อนใหม่มีโอกาสได้เงินคืนมากกว่า
  • ตกลงผ่อนใหม่แบบปากเปล่า ไม่ทำเอกสารและไม่ให้ลูกหนี้ลงชื่อ
  • ปล่อยเรื่องทิ้งไว้นานหลายปีจนหลักฐานเก่าและใกล้พ้นกรอบเวลาเรียกร้อง

คำถามที่พบบ่อย

ลูกหนี้เงียบหายไม่ตอบแชทเลย ควรทำอย่างไร

ลองติดต่อผ่านหลายช่องทางที่มี ทั้งโทร ข้อความ และไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังที่อยู่ที่เคยให้ไว้ เก็บหลักฐานว่าพยายามติดต่อแล้ว ถ้ายังเงียบและยอดสูง ควรปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาส่งหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการหรือขั้นต่อไป อย่ารอจนเวลาผ่านไปนานเกินไป

ทวงหนี้เพื่อนหรือญาติอย่างไรไม่ให้เสียความสัมพันธ์

เริ่มจากเตือนเบา ๆ ก่อนถึงกำหนด ไม่ใช่หลังจากเลยมานาน และคุยโดยอ้างข้อตกลงเดิมเป็นตัวกลาง ไม่ใช่ต่อว่ากันเป็นการส่วนตัว ถ้าเขาติดขัดจริง เสนอทำตารางผ่อนใหม่ที่พอไหว การมีข้อตกลงที่ชัดเจนช่วยให้ทั้งคู่สบายใจและลดการกระทบกระทั่ง

จะคิดดอกเบี้ยหรือค่าปรับช่วงที่ผิดนัดได้ไหม

กรณีลูกหนี้ผิดนัด กฎหมายเปิดให้คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดได้ในอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่รายละเอียดขึ้นกับข้อตกลงเดิมและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ไม่ควรคิดพลการในอัตราสูงเกินไป ถ้ายอดสำคัญหรือไม่แน่ใจ ควรปรึกษาทนายความก่อนเรียกเก็บ

ประจานลูกหนี้ลงโซเชียลได้ไหม จะได้จ่ายเร็ว ๆ

ไม่ควรอย่างยิ่ง การประจาน เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หรือข่มขู่ให้อับอาย อาจทำให้ฝ่ายที่ทวงกลายเป็นฝ่ายที่ถูกดำเนินคดีเสียเอง วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือทวงเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างสุภาพ และดำเนินการตามช่องทางที่ถูกต้อง หากจำเป็นให้ทนายความช่วย

มีแต่แชทกับสลิปโอน ไม่มีสัญญา ฟ้องได้ไหม

มีโอกาส หากแชทระบุยอดและการยอมรับว่ายืมชัดเจน บวกกับสลิปที่ยอดและวันที่สอดคล้องกัน ก็ประกอบเป็นหลักฐานได้ แต่ผลขึ้นกับความชัดเจนของหลักฐานและข้อเท็จจริงของแต่ละคดี ควรให้ทนายความประเมินก่อน และระหว่างนี้พยายามให้ลูกหนี้ยืนยันยอดเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่ม

ลูกหนี้ยอมจ่าย แต่ขอผ่อน ควรตอบรับไหม

ส่วนใหญ่ควรรับ เพราะการผ่อนที่ทำได้จริงมักได้เงินคืนมากกว่าการยืนกรานเอาทั้งก้อนจนเขาล้มทั้งยืน ให้ทำตารางผ่อนใหม่เป็นลายลักษณ์อักษร ระบุยอด งวด วันครบกำหนด และผลถ้าผิดนัดซ้ำ แล้วให้ลูกหนี้ลงชื่อยืนยันยอดหนี้อีกครั้ง

ถ้าลูกหนี้อ้างว่าไม่มีเงินจริง ๆ จะทำอย่างไร

ประเมินตามความจริงว่าเขาขาดสภาพคล่องชั่วคราวหรือไม่มีทางจ่ายเลย ถ้าเป็นแบบแรก การผ่อนยาวขึ้นอาจช่วยได้ ถ้าเป็นแบบหลังและยอดสูง ควรปรึกษาทนายความเรื่องทางเลือกที่มี ไม่มีเอกสารใดบังคับให้คนไม่มีเงินจ่ายได้ทันที แต่การรักษาหลักฐานไว้ครบช่วยรักษาสิทธิของคุณในระยะยาว