ปรับตามเขตกฎหมายกู้ยืมเงินและการจ่ายคืน

สัญญาขยายเวลาชำระหนี้

เอกสารสั้น ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงเลื่อนวันครบกำหนดชำระไปเป็นวันใหม่ เพื่อให้การเลื่อนเป็นข้อตกลงร่วมกัน ไม่ใช่การผิดนัด

เริ่มใช้ได้เลย ไม่ต้องสมัครสมาชิก · ฟรี

เอกสารนี้คืออะไร

สัญญาขยายเวลาชำระหนี้คือเอกสารที่เลื่อนวันครบกำหนดชำระจากวันเดิมไปเป็นวันใหม่ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน เป็นทางเลือกที่สงบและมีหลักฐาน แทนที่จะปล่อยให้ถึงกำหนดแล้วไม่จ่ายจนกลายเป็นเรื่องผิดนัด ลูกหนี้และเจ้าหนี้ก็ตกลงวันใหม่กันแล้วเขียนไว้เป็นหลักฐาน

ตัวเอกสารตั้งใจให้สั้น ระบุหนี้เดิมที่พูดถึง วันครบกำหนดใหม่ ดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมสำหรับเวลาที่เพิ่ม (ถ้ามี) และยืนยันว่าข้อตกลงอื่นยังคงเดิม คุณค่าของมันอยู่ที่การเปลี่ยนคำพูดว่า 'ขอเวลาอีกหน่อยได้ไหม' ให้กลายเป็นบันทึกที่ชัดเจน ปกป้องทั้งความสัมพันธ์และสิทธิของทั้งสองฝ่าย

ควรใช้เมื่อไหร่

  • ลูกหนี้จ่ายในวันครบกำหนดไม่ทัน แต่จ่ายช้าลงอีกนิดได้ และเจ้าหนี้ตกลง
  • อยากบันทึกการเลื่อนไว้ให้ชัดว่าเป็นการตกลงกัน ไม่ใช่การขาดจ่าย
  • ต้องการเลื่อนงวดเดียวหรือยอดก้อนเดียว โดยไม่แก้ทั้งข้อตกลง
  • ต้องการระบุดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมสำหรับเวลาที่เพิ่มไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ต้องการหลีกเลี่ยงการผิดนัด ด้วยการบันทึกวันครบกำหนดใหม่ที่ตกลงร่วมกัน

ไม่ควรใช้เมื่อไหร่

  • ลูกหนี้ต้องการตารางผ่อนใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เลื่อนครั้งเดียว ให้ใช้สัญญาผ่อนชำระหรือแผนชำระหนี้แทน
  • การเลื่อนเกิดซ้ำ ๆ ควรปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ให้จริงจัง แทนการเลื่อนไปเรื่อย ๆ
  • เจ้าหนี้ยังไม่ได้ตกลงวันใหม่จริง ๆ การขยายเวลาต้องมาจากทั้งสองฝ่าย

ข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • ชื่อของทั้งสองฝ่าย
  • การอ้างอิงถึงสัญญากู้เดิมและวันครบกำหนดเดิม
  • ยอดเงินที่ถูกเลื่อนกำหนดชำระ
  • วันครบกำหนดใหม่ที่ตกลงกัน
  • ดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมสำหรับช่วงเวลาที่ขยาย (ถ้ามี)
  • ข้อความยืนยันว่าข้อตกลงอื่นยังคงเดิม
  • ลายเซ็นของทั้งสองฝ่ายและวันที่

ข้อสัญญาที่มีให้

อ้างอิงสัญญาเดิม

ระบุหนี้หรือการชำระที่ถูกขยายเวลา พร้อมวันครบกำหนดเดิม

ยอดที่เลื่อน

ระบุจำนวนเงินที่วันครบกำหนดกำลังถูกเลื่อน

วันครบกำหนดใหม่

วันใหม่ที่ตกลงกันว่าจะต้องชำระภายใน

ดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม

ค่าใช้จ่ายสำหรับเวลาที่เพิ่ม หรือระบุว่าไม่มี

ข้อตกลงอื่นคงเดิม

ยืนยันว่าเงื่อนไขที่เหลือของสัญญาเดิมยังคงใช้ต่อไป

ลายเซ็น

ทั้งสองฝ่ายลงชื่อและวันที่เพื่อให้การขยายเวลามีผล

ตัวช่วยสร้างจะถามอะไรบ้าง

  1. 1
    คู่สัญญาใครเป็นผู้ให้ยืมเงิน?
  2. 2
    จำนวนเงินจำนวนเงินเท่าไหร่?
  3. 3
    การจ่ายคืนชำระคืนครั้งเดียวหรือผ่อนเป็นงวด?
  4. 4
    ดอกเบี้ยคิดดอกเบี้ยหรือไม่?
  5. 5
    การจ่ายล่าช้าหากชำระล่าช้าจะเกิดอะไรขึ้น?
  6. 6
    ข้อตกลงเพิ่มเติมข้อตกลงเพิ่มเติม (ถ้ามี)
  7. 7
    ตรวจทานข้อสัญญาที่มีให้
  8. 8
    ส่งออกส่งออก PDF · ส่งออก DOCX
สร้างเอกสารนี้ฟรี

วิธีลงนาม

ทั้งสองฝ่ายลงชื่อในสัญญาขยายเวลาและเก็บไว้คนละฉบับ พร้อมแนบไว้กับสัญญาเดิมที่เกี่ยวข้อง เพราะเอกสารสั้น จึงเซ็นได้เร็วทั้งด้วยลายมือหรือแบบอิเล็กทรอนิกส์ทันทีที่ตกลงวันใหม่

ระบุดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมสำหรับเวลาที่เพิ่มให้ชัดและสมเหตุสมผล การขยายเวลาเป็นเรื่องของน้ำใจ ค่าปรับที่สูงเกินไปสำหรับการเลื่อนสั้น ๆ อาจบั่นทอนความสัมพันธ์และบังคับใช้ไม่ได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ตกลงเลื่อนด้วยปากเปล่าโดยไม่เขียนไว้ ทำให้ภายหลังดูเหมือนการผิดนัด
  • ไม่ระบุวันใหม่ให้ชัด ปล่อยให้ 'อีกหน่อย' กลายเป็นข้อโต้แย้ง
  • เลื่อนซ้ำ ๆ แทนที่จะปรับโครงสร้างหนี้ที่ควรมีแผนใหม่
  • คิดค่าธรรมเนียมหนักสำหรับการเลื่อนสั้น ๆ จนบั่นทอนข้อตกลง
  • ลืมยืนยันว่าข้อตกลงส่วนที่เหลือยังคงเดิม

คำถามที่พบบ่อย

การขยายเวลาชำระเท่ากับการยกหนี้ไหม

ไม่ใช่ การขยายเวลาเพียงเลื่อนวันครบกำหนดออกไป ยอดหนี้ทั้งหมดยังต้องชำระอยู่ เพียงแต่ช้าลง เป็นการเปลี่ยนกำหนดเวลา ไม่ใช่การลดหรือยกเลิกหนี้

เจ้าหนี้คิดค่าธรรมเนียมสำหรับการขยายเวลาได้ไหม

ได้ ถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงและค่าธรรมเนียมสมเหตุสมผลอยู่ในกรอบกฎหมาย เจ้าหนี้รายย่อยหลายคนให้เลื่อนสั้น ๆ โดยไม่คิดเพิ่มเป็นน้ำใจ หากจะคิดควรระบุให้ชัด

การขยายเวลานับเป็นการผิดนัดของลูกหนี้ไหม

นี่คือเหตุผลที่ต้องเขียนไว้ การขยายเวลาที่ตกลงกันไม่ถือเป็นการผิดนัด เพราะทั้งสองฝ่ายเปลี่ยนกำหนดร่วมกัน หากไม่มีหลักฐาน การเลื่อนแบบเดียวกันอาจดูเหมือนขาดจ่าย

เลื่อนได้กี่ครั้ง

ไม่มีจำนวนตายตัว แต่การเลื่อนซ้ำ ๆ เป็นสัญญาณว่าควรปรับหนี้เป็นแผนผ่อนชำระที่เหมาะสม แทนการเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ

เลื่อนงวดหนึ่งกระทบตารางที่เหลือไหม

เฉพาะเมื่อระบุไว้ การขยายเวลามักเลื่อนงวดเดียวโดยคงเงื่อนไขอื่นไว้ หากต้องการปรับตารางทั้งหมด ให้ใช้สัญญาผ่อนชำระหรือสัญญาแก้ไขแทน

ต้องมีพยานไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป แต่สำหรับยอดที่มากขึ้น พยานช่วยเพิ่มน้ำหนัก แนวทางปฏิบัติต่างกันไป จึงถือเป็นความรอบคอบมากกว่าข้อบังคับ