ที่สำคัญคือจัดการเรื่องเศษสตางค์ให้ด้วย เมื่อยอดรวมหารไม่ลงตัว ระบบจะให้ทุกงวดเท่ากันหมด แล้วปรับเฉพาะงวดสุดท้ายเพียงไม่กี่สตางค์ เพื่อให้ยอดรวมทั้งแผนตรงกับหนี้ที่ค้างอยู่พอดี
วิธีคำนวณ
ค่างวด = (T + T × f) ÷ n โดยปรับงวดสุดท้ายให้ยอดรวมตรงพอดี
T คือยอดหนี้รวมก่อนคิดดอกเบี้ย
f คืออัตราดอกเบี้ยคงที่ของทั้งแผน (ถ้ามี) ในรูปทศนิยม เช่น 4% คือ 0.04 คิดครั้งเดียวจากยอดเต็ม ไม่ใช่คิดรายงวด
n คือจำนวนงวดทั้งหมด
แต่ละงวดปัดเศษเป็นสตางค์ที่ใกล้ที่สุด ส่วนต่างจากการปัดเศษจะไปรวมอยู่ที่งวดสุดท้าย
ถ้าไม่คิดดอกเบี้ย สูตรคือ T ÷ n ตรง ๆ
ตัวอย่าง
ลูกค้าค้างเงินร้านคุณ 25,000 บาท ตกลงผ่อน 8 งวดรายเดือน บวกดอกเบี้ยคงที่ 4% ยอดรวมกลายเป็น 25,000 + 25,000 × 0.04 = 26,000 บาท หารลงตัวพอดีเป็นงวดละ 3,250 บาท
กรณีมีเศษ เช่น แบ่ง 10,000 บาทเป็น 3 งวดเท่ากัน ได้งวดละ 3,333.33 บาท แต่ 3 × 3,333.33 = 9,999.99 บาท ตารางผ่อนจึงเป็น 3,333.33 บาท 3,333.33 บาท และงวดสุดท้าย 3,333.34 บาท เพื่อให้ชำระครบ 10,000 บาทพอดี
ทำความเข้าใจผลลัพธ์
ค่างวดต่อครั้งคือตัวเลขที่ต้องใส่ในสัญญาผ่อนชำระ พร้อมจำนวนงวดและวันครบกำหนดของแต่ละงวด คัดลอกตัวเลขให้ตรงทุกบาททุกสตางค์ รวมถึงงวดสุดท้ายที่ปรับเศษแล้ว เพื่อให้สัญญาตรงกับการคำนวณ
ถ้าบวกดอกเบี้ยคงที่ไว้ ให้ระบุยอดรวมหลังบวกดอกเบี้ยในสัญญาด้วย ทั้งสองฝ่ายควรเห็นตัวเลขสุดท้ายตัวเดียวกัน ไม่ใช่เห็นแค่อัตรา
นำจำนวนเงินไปจับคู่กับวันที่เป็นตารางผ่อนชำระ แล้วให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อ ตารางที่มีวันที่และลายเซ็นคือเอกสารที่มีประโยชน์ที่สุดเมื่อเกิดการผิดนัดหรือโต้แย้งภายหลัง
คำถามที่พบบ่อย
ดอกเบี้ยคงที่คืออะไร ต่างจากดอกเบี้ยรายเดือนอย่างไร
ดอกเบี้ยคงที่คือเปอร์เซ็นต์ที่บวกครั้งเดียวจากยอดเต็ม ไม่ว่าจะผ่อนนานแค่ไหน เช่น 4% ของ 25,000 บาท คือ 1,000 บาทเสมอ ส่วนดอกเบี้ยรายเดือนจะเดินไปเรื่อย ๆ ตามเวลา ยิ่งผ่อนนานยิ่งจ่ายมาก ดอกเบี้ยคงที่จึงเข้าใจง่ายและนิยมใช้ในการผ่อนกันเอง
ทำไมงวดสุดท้ายไม่เท่ากับงวดอื่น
เพราะยอดส่วนใหญ่หารไม่ลงตัว แทนที่จะใช้ทศนิยมซ้ำยาว ๆ ระบบจะปัดเศษแต่ละงวดเป็นสตางค์ แล้วนำส่วนต่างซึ่งมักไม่กี่สตางค์ไปบวกหรือลบที่งวดสุดท้าย เพื่อให้ยอดรวมทั้งแผนตรงกับหนี้พอดี
ใช้กับหนี้เก่าที่มีคนติดเงินเราอยู่แล้วได้ไหม
ได้ และเป็นการใช้งานหลักเลย เมื่อลูกหนี้จ่ายก้อนเดียวไม่ไหว การแปลงหนี้เป็นงวดพร้อมสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ช่วยให้ได้เงินคืนทีละส่วนดีกว่าไม่ได้เลย ควรทำหนังสือรับสภาพหนี้ควบคู่กัน เพื่อยืนยันยอดหนี้เป็นลายลักษณ์อักษร
ควรแบ่งกี่งวดดี
เลือกแผนที่สั้นที่สุดที่ผู้จ่ายรับไหวจริง ๆ ยิ่งงวดน้อยโอกาสมีปัญหายิ่งต่ำ ลองเทียบค่างวดกับรายรับต่อเดือนของอีกฝ่าย ถ้าค่างวดตึงมือเกินไป สุดท้ายมักผิดนัด กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนงวดตายตัว ขึ้นอยู่กับที่ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร
ควรผ่อนรายสัปดาห์หรือรายเดือน
ให้ตรงกับรอบรายได้ของผู้จ่าย คนเงินเดือนควรจ่ายรายเดือนหลังเงินเดือนออกหนึ่งสองวัน ส่วนคนที่มีรายได้รายวันหรือรายสัปดาห์ มักผ่อนงวดเล็ก ๆ รายสัปดาห์ได้ง่ายกว่า เครื่องมือคำนวณเหมือนกันทั้งสองแบบ ต่างแค่จำนวนงวด
ในสัญญาควรเขียนเรื่องผิดนัดชำระไว้อย่างไร
ตกลงล่วงหน้าแล้วเขียนให้ชัด เช่น ผ่อนผันได้กี่วัน มีดอกเบี้ยผิดนัดหรือไม่ และถ้าผิดนัดซ้ำหลายงวด ยอดคงเหลือทั้งหมดถึงกำหนดทันทีหรือเปล่า การตกลงเงื่อนไขตอนที่ยังคุยกันดี ง่ายกว่ามาต่อรองกันตอนมีปัญหามาก
ผลลัพธ์เป็นเพียงการประมาณเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป และอาจต่างจากตัวเลขจริงของผู้ให้กู้ ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือทางกฎหมาย