ปรับตามเขตกฎหมายกู้ยืมเงินและการจ่ายคืน

สัญญายืมเงินญาติ (สัญญากู้ยืมเงินในครอบครัว) (ประเทศไทย)

การให้ยืมเงินในครอบครัวในไทยพบได้บ่อยมากและมักมีหลักฐานน้อยที่สุด ซึ่งเป็นเหตุผลที่มันสร้างความบาดหมางเงียบ ๆ ที่ยืดเยื้อ การเขียนแม้แต่เงินที่ให้ญาติยืมไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ช่วยรักษาความสัมพันธ์มากกว่าจะทำให้ตึงเครียด

เริ่มใช้ได้เลย ไม่ต้องสมัครสมาชิก · ฟรี

การให้ยืมเงินในครอบครัวในไทยพบได้บ่อยมากและมักมีหลักฐานน้อยที่สุด ซึ่งเป็นเหตุผลที่มันสร้างความบาดหมางเงียบ ๆ ที่ยืดเยื้อ การเขียนแม้แต่เงินที่ให้ญาติยืมไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ช่วยรักษาความสัมพันธ์มากกว่าจะทำให้ตึงเครียด

ความคาดหวังแบบไทยเดียวกันนี้ใช้ได้ สำหรับยอดที่เกินจำนวนเล็กน้อย หลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรและหลักฐานการโอนช่วยให้ความจำของทุกฝ่ายตรงกันแม้ผ่านไปหลายปี

กฎหมายที่ใช้บังคับ

เงินกู้ในครอบครัวที่ทำในไทยอยู่ภายใต้กฎหมายไทยเช่นเดียวกับเงินกู้ส่วนบุคคลอื่น รวมถึงเพดานดอกเบี้ยตามกฎหมาย เงินกู้ในครอบครัวหลายกรณีไม่คิดดอกเบี้ยซึ่งเลี่ยงประเด็นนี้ไป แต่หากคิดดอกเบี้ย ควรอยู่ในเพดานกฎหมายและระบุเป็นลายลักษณ์อักษร

คำแนะนำเรื่องพยาน

ในครอบครัวมักไม่มีพยาน แต่พยานที่เป็นกลาง เช่น ญาติอีกคนที่ทั้งสองฝ่ายไว้ใจ มีคุณค่าเพราะข้อพิพาทในครอบครัวมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยว การมีบันทึกจากบุคคลที่สามที่สงบช่วยได้มาก

หลักฐาน

แม้ระหว่างญาติ การโอนผ่านธนาคารหรือพร้อมเพย์ทิ้งหลักฐานที่สะอาดกว่าการยื่นเงินสด หากใช้เงินสด ใบรับเงินสั้น ๆ ที่เซ็นแล้วช่วยไม่ให้เงินกู้กลายเป็นเรื่อง 'ใครจำอะไรได้'

เอกสารนี้คืออะไร

เงินที่หมุนเวียนในครอบครัวไทยมีมากกว่าที่เราคิด ตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินของพ่อแม่ ค่าเทอมลูกหลาน เงินตั้งต้นเปิดร้าน ไปจนถึงเงินดาวน์รถ ส่วนใหญ่ยืมกันด้วยความไว้ใจและไม่มีอะไรเป็นลายลักษณ์อักษร สัญญายืมเงินญาติคือเอกสารง่าย ๆ ที่บันทึกว่ายืมกันเท่าไร คืนกันอย่างไร เพื่อให้ความช่วยเหลือในวันนี้ไม่กลายเป็นความขุ่นเคืองในวันหน้า

หลายคนรู้สึกว่าการขอให้ญาติเซ็นสัญญาเป็นเรื่องเสียมารยาทหรือดูไม่ไว้ใจกัน แต่ในทางปฏิบัติ เอกสารสั้น ๆ หนึ่งหน้ากลับช่วยรักษาความสัมพันธ์ได้ดีกว่าการจำกันคนละแบบ เพราะปัญหาเงินในครอบครัวมักไม่ได้เกิดจากความไม่ซื่อสัตย์ แต่เกิดจากความเข้าใจไม่ตรงกัน เช่น ฝ่ายหนึ่งคิดว่าเป็นการให้เปล่า อีกฝ่ายคิดว่าเป็นการให้ยืม หรือจำยอดกันคนละตัวเลข

แบบฟอร์มนี้ออกแบบมาให้เหมาะกับบรรยากาศของครอบครัว ภาษาไม่แข็งกระด้าง แต่ยังครอบคลุมสาระสำคัญครบ ทั้งยอดเงิน วิธีส่งมอบ กำหนดคืน และทางเลือกแบบผ่อนตามกำลัง นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องหลักฐานด้วย เพราะแม้จะเป็นญาติกัน การยืมเงินจำนวนมากโดยไม่มีหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมก็ทวงคืนตามกฎหมายได้ยากไม่ต่างจากยืมกับคนนอก

ควรใช้เมื่อไหร่

  • ให้พี่น้องหรือญาติยืมเงินก้อนใหญ่ เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินซ่อมบ้าน หรือเงินลงทุนเปิดกิจการ
  • พ่อแม่ให้ลูกยืมเงินดาวน์บ้านหรือดาวน์รถ และอยากให้ลูกคนอื่น ๆ เห็นเงื่อนไขตรงกันเพื่อความยุติธรรมในบ้าน
  • ญาติขอยืมเงินแบบผ่อนคืนรายเดือนตามกำลัง และอยากมีตารางชำระที่ทั้งสองฝ่ายรับรู้
  • เคยให้ญาติคนเดิมยืมแล้วคืนไม่ครบ รอบนี้ต้องการเงื่อนไขที่ชัดเจนขึ้นก่อนช่วยอีกครั้ง
  • ต้องการแยกให้ชัดว่าเงินก้อนนี้เป็นการให้ยืม ไม่ใช่การให้เปล่า เพื่อไม่ให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องมรดกหรือความช่วยเหลือที่ไม่เท่ากันในภายหลัง

ไม่ควรใช้เมื่อไหร่

  • ตั้งใจให้เงินก้อนนั้นเป็นของขวัญหรือการให้เปล่าจริง ๆ กรณีนี้ไม่ควรทำเป็นสัญญายืม เพราะจะสร้างพันธะที่ไม่ได้ตั้งใจ
  • เงินยืมผูกกับการโอนที่ดิน บ้าน หรือทรัพย์มรดกของครอบครัว เรื่องแบบนี้ควรปรึกษาทนายความเพื่อทำเอกสารให้ถูกประเภท
  • ครอบครัวมีข้อพิพาทเรื่องทรัพย์สินกันอยู่แล้ว การเพิ่มสัญญาเงินยืมเข้าไปเองอาจซ้ำเติมปัญหา ควรให้คนกลางหรือผู้เชี่ยวชาญช่วยดู
  • ญาติที่มายืมมีหนี้สินหลายทางและถูกทวงถามอยู่ ควรประเมินก่อนว่าช่วยด้วยวิธีอื่นเหมาะกว่าหรือไม่ เช่น ช่วยวางแผนหนี้แทนการเพิ่มหนี้ใหม่

ข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • ชื่อ-นามสกุลจริงของผู้ให้ยืมและผู้ยืม พร้อมความสัมพันธ์ เช่น พี่ชาย น้า หลาน
  • เลขบัตรประชาชนและที่อยู่ปัจจุบันของทั้งสองฝ่าย
  • จำนวนเงินที่ยืมทั้งตัวเลขและตัวอักษร
  • วันที่และวิธีส่งมอบเงิน เช่น โอนพร้อมเพย์เข้าบัญชีของผู้ยืมโดยตรง
  • ตกลงเรื่องดอกเบี้ยให้ชัด ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่คิดดอกเบี้ย ก็ให้เขียนกำกับว่าไม่มีดอกเบี้ย
  • กำหนดคืนเงิน คืนทั้งก้อนวันไหน หรือผ่อนเดือนละเท่าไร เริ่มงวดแรกเมื่อไร
  • ช่องทางชำระคืนที่ตรวจสอบได้ เช่น โอนเข้าบัญชีผู้ให้ยืมพร้อมจดบันทึกทุกงวด
  • ข้อตกลงหากถึงกำหนดแล้วยังคืนไม่ได้ เช่น มาคุยกันใหม่เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนครบกำหนด

ข้อสัญญาที่มีให้

คู่สัญญาและความสัมพันธ์

ระบุชื่อจริงของทั้งสองฝ่ายพร้อมความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อให้บริบทของการยืมชัดเจน

ยอดเงินที่ยืม

เขียนจำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร ป้องกันการจำคลาดเคลื่อนหรือแก้ตัวเลขภายหลัง

วัตถุประสงค์ (ถ้าต้องการ)

บันทึกว่ายืมไปเพื่ออะไร เช่น ค่ารักษาพยาบาล ช่วยให้ทุกคนในบ้านเข้าใจตรงกัน

การส่งมอบเงิน

ระบุวันที่และวิธีที่เงินถึงมือผู้ยืม พร้อมแนบสลิปโอนเงินไว้เป็นหลักฐานคู่กัน

ดอกเบี้ย

เขียนให้ชัดว่าคิดดอกเบี้ยหรือไม่ การยืมในครอบครัวส่วนใหญ่ระบุว่าไม่มีดอกเบี้ย

กำหนดชำระคืน

กำหนดวันคืนทั้งก้อน หรือตารางผ่อนรายเดือนที่สอดคล้องกับรายได้จริงของผู้ยืม

การเลื่อนกำหนดในครอบครัว

ตกลงล่วงหน้าว่าหากคืนไม่ทันต้องแจ้งก่อนกำหนดและทำบันทึกใหม่ ไม่ปล่อยให้เงียบหาย

การชำระคืนก่อนกำหนด

ยืนยันว่าผู้ยืมคืนเร็วกว่ากำหนดได้เสมอโดยไม่มีเงื่อนไขเพิ่ม

การยืนยันการรับชำระ

ตกลงว่าผู้ให้ยืมจะยืนยันการรับเงินแต่ละงวด เช่น ตอบกลับในแชทหรือออกใบรับเงิน

กรณีผู้ให้ยืมหรือผู้ยืมเสียชีวิต

ระบุแนวทางเบื้องต้นว่าหนี้ยังคงอยู่และตกทอดอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปมในครอบครัวภายหลัง

ลายมือชื่อและพยานในบ้าน

ช่องเซ็นของสองฝ่าย และพยานซึ่งอาจเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ทุกคนเคารพ

ตัวช่วยสร้างจะถามอะไรบ้าง

  1. 1
    คู่สัญญาใครเป็นผู้ให้ยืมเงิน?
  2. 2
    จำนวนเงินจำนวนเงินเท่าไหร่?
  3. 3
    การจ่ายคืนชำระคืนครั้งเดียวหรือผ่อนเป็นงวด?
  4. 4
    ดอกเบี้ยคิดดอกเบี้ยหรือไม่?
  5. 5
    การจ่ายล่าช้าหากชำระล่าช้าจะเกิดอะไรขึ้น?
  6. 6
    ข้อตกลงเพิ่มเติมข้อตกลงเพิ่มเติม (ถ้ามี)
  7. 7
    ตรวจทานข้อสัญญาที่มีให้
  8. 8
    ส่งออกส่งออก PDF · ส่งออก DOCX
สร้างเอกสารนี้ฟรี

วิธีลงนาม

เลือกจังหวะที่สบายใจทั้งสองฝ่ายในการเซ็น เช่น นั่งคุยกันที่บ้านแล้วอ่านเอกสารด้วยกันทีละข้อ การอธิบายว่าทำสัญญาเพื่อให้ทุกคนสบายใจและกันการเข้าใจผิด มักได้รับความร่วมมือดีกว่าการยื่นกระดาษให้เซ็นเฉย ๆ ให้ผู้ยืมลงลายมือชื่อด้วยตัวเอง และทำเอกสารสองฉบับเก็บไว้คนละฉบับ

พยานในการยืมเงินครอบครัวอาจเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายเคารพ การมีคนกลางในบ้านรับรู้ช่วยลดโอกาสที่เรื่องจะบานปลาย และช่วยไกล่เกลี่ยได้หากภายหลังมีปัญหาการชำระ

แม้จะเป็นญาติกัน ก็ควรโอนเงินผ่านบัญชีแทนการยื่นเงินสด เพราะสลิปโอนคือหลักฐานที่ดีที่สุดว่าเงินถูกส่งมอบจริง เขียนโน้ตกำกับตอนโอนว่าเป็นเงินยืมตามสัญญา แล้วเก็บสลิปแนบกับเอกสารไว้ด้วยกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่กล้าพูดเรื่องสัญญาเพราะกลัวเสียน้ำใจ สุดท้ายพอทวงเงินกลับเสียทั้งเงินและความสัมพันธ์มากกว่าเดิม
  • ไม่เขียนให้ชัดว่าเป็นการให้ยืมหรือการให้เปล่า จุดนี้คือต้นเหตุข้อพิพาทในครอบครัวอันดับต้น ๆ
  • กำหนดงวดผ่อนสูงเกินกำลังจริงของญาติ ทำให้ผิดนัดตั้งแต่งวดแรกทั้งที่ตั้งใจคืน
  • ให้ยืมเป็นเงินสดโดยไม่มีหลักฐานการส่งมอบ พอมีปัญหากลับพิสูจน์ไม่ได้แม้แต่ว่าเงินเคยเปลี่ยนมือ
  • ปล่อยให้การผิดนัดเงียบหายไปเพราะเกรงใจ แทนที่จะรีบคุยและทำบันทึกขยายเวลาให้ตรงกับความจริง
  • ไม่บอกคู่สมรสของตัวเองว่าให้ญาติยืมเงินก้อนใหญ่ กลายเป็นปัญหาซ้อนปัญหาเมื่อความจริงเปิดเผย
  • จำยอดที่ทยอยคืนไม่ได้เพราะไม่จดบันทึก สุดท้ายเถียงกันว่าเหลือหนี้เท่าไรทั้งที่ต่างฝ่ายต่างสุจริต
  • มองว่าเงินกู้ในครอบครัวไม่เป็นทางการเกินกว่าจะเขียน แล้วขัดแย้งกันในอีกหลายปีต่อมา
  • ยื่นเงินสดโดยไม่มีใบรับหรือหลักฐานการโอน
  • ปล่อยให้ชำระคืน 'เมื่อไรก็ได้' จนไม่เคยได้คืนจริง

คำถามที่พบบ่อย

ขอให้ญาติเซ็นเอกสารกู้ในไทยดูเสียมารยาทไหม

หากอธิบายว่าเป็นการรักษาความสัมพันธ์ ไม่ใช่ความไม่ไว้ใจ ครอบครัวส่วนใหญ่รับได้ บันทึกสั้น ๆ ทำให้ไม่ต้องพึ่งความจำ ซึ่งมักเป็นต้นเหตุของความบาดหมางจริง ๆ ในภายหลัง

เงินกู้ในครอบครัวไม่คิดดอกเบี้ยได้ไหม

ได้ และหลายกรณีก็เป็นเช่นนั้น เงินกู้ในครอบครัวที่ไม่คิดดอกเบี้ยเป็นเรื่องปกติและเลี่ยงคำถามเรื่องเพดานดอกเบี้ย เพียงระบุให้ชัดว่าไม่คิดดอกเบี้ยเพื่อให้ความคาดหวังตรงกัน

เงินกู้ในครอบครัวควรมีวันชำระคืนไหม

ควร 'คืนเมื่อไรก็ได้' คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้เงินกู้ในครอบครัวมีปัญหา วันที่หรือตารางง่าย ๆ ที่เขียนไว้ ให้ความชัดเจนกับทั้งสองฝ่ายโดยไม่ต้องทวงให้กระอักกระอ่วน

ยืมเงินกันในครอบครัว จำเป็นต้องทำสัญญาจริงหรือ

ถ้าเป็นเงินหลักร้อยหลักพันที่เสียไปก็ไม่เดือดร้อน หลายบ้านก็ไม่ทำสัญญากัน แต่เมื่อเป็นเงินก้อนที่มีผลกับชีวิตของคุณ เอกสารหนึ่งหน้าช่วยให้ทุกฝ่ายจำตรงกันและลดโอกาสผิดใจกันได้มาก และในทางกฎหมาย การยืมเงินจำนวนมากโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องร้องได้ยากแม้จะเป็นญาติกัน

จะเอ่ยปากขอให้ญาติเซ็นสัญญาอย่างไรไม่ให้ดูไม่ไว้ใจ

ลองอธิบายว่าทำเพื่อกันลืมและกันเข้าใจผิดของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจ เช่น บอกว่าอยากจดไว้ให้ชัดว่าตกลงกันอย่างไร จะได้ไม่ต้องมาจำกันเอง หลายครอบครัวพบว่าอีกฝ่ายกลับรู้สึกสบายใจขึ้นด้วยซ้ำ เพราะรู้ชัดว่าต้องคืนเท่าไรเมื่อไร

ยืมเงินญาติต้องคิดดอกเบี้ยไหม

ไม่จำเป็น การยืมในครอบครัวส่วนใหญ่ไม่คิดดอกเบี้ย และสามารถเขียนในสัญญาได้เลยว่าไม่มีดอกเบี้ย ถ้าจะคิดดอกเบี้ยก็ทำได้ แต่ต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับการกู้ยืมระหว่างบุคคล และควรเขียนอัตราให้ชัดเจนในสัญญา

พ่อแม่ให้ลูกยืมเงิน ควรทำสัญญาไหม

ควรทำโดยเฉพาะเมื่อมีลูกหลายคน เพราะเอกสารช่วยยืนยันว่าเงินก้อนนั้นเป็นการให้ยืม ไม่ใช่การให้เปล่าที่ลูกคนอื่นอาจมองว่าไม่ยุติธรรม และหากวันหนึ่งต้องจัดการเรื่องมรดก บันทึกที่ชัดเจนจะช่วยลดข้อขัดแย้งระหว่างพี่น้องได้มาก

ถ้าญาติคืนเงินไม่ตรงกำหนด ควรทำอย่างไร

รีบคุยกันตรง ๆ ด้วยท่าทีที่ให้เกียรติ แล้วปรับข้อตกลงให้ตรงกับความเป็นจริง เช่น ทำสัญญาขยายเวลาชำระหนี้หรือปรับตารางผ่อนใหม่เป็นลายลักษณ์อักษร การปล่อยให้เงียบทั้งสองฝ่ายคือสิ่งที่ทำลายความสัมพันธ์มากที่สุด

มีสัญญาแล้ว แต่ไม่อยากฟ้องญาติจริง ๆ สัญญายังมีประโยชน์ไหม

มีมาก เพราะประโยชน์หลักของสัญญาในครอบครัวไม่ใช่การฟ้อง แต่เป็นการทำให้ทุกคนจำเงื่อนไขตรงกันและคุยกันบนข้อเท็จจริงเดียวกัน ข้อพิพาทส่วนใหญ่ไม่เคยไปถึงศาล มันจบที่โต๊ะกินข้าว และเอกสารที่ชัดเจนทำให้บทสนทนานั้นง่ายขึ้น

ยืมเงินญาติผ่านแชท LINE ใช้เป็นหลักฐานได้ไหม

ข้อความแชทที่ระบุยอดเงิน การยอมรับว่ายืม และสลิปโอนเงิน ใช้เป็นหลักฐานประกอบได้ แต่การมีสัญญาหรือหนังสือที่ผู้ยืมลงลายมือชื่อยังเป็นหลักฐานที่หนักแน่นกว่า ถ้ายืมกันไปแล้วผ่านแชท แนะนำให้ตามเก็บเอกสารเพิ่ม เช่น ให้ญาติเซ็นหนังสือรับสภาพหนี้

แบบฟอร์มนี้ต่างจากสัญญากู้ยืมเงินทั่วไปอย่างไร

โครงสร้างหลักเหมือนกัน แต่ฉบับครอบครัวใช้ภาษาที่นุ่มนวลกว่า มีข้อตกลงเรื่องการเลื่อนกำหนดแบบตกลงร่วมกัน และไม่เน้นบทลงโทษที่แข็งกร้าว เหมาะกับความสัมพันธ์ที่ต้องรักษาระยะยาว หากเป็นการยืมกับคนรู้จักทั่วไป ใช้สัญญากู้ยืมเงินมาตรฐานจะเหมาะกว่า