ปรับตามเขตกฎหมายกู้ยืมเงินและการจ่ายคืน

สัญญาค้ำประกัน (หนังสือค้ำประกัน) (ประเทศไทย)

การค้ำประกันพบได้บ่อยในไทยสำหรับเงินกู้เอกชนยอดมากและการเช่า และมีน้ำหนักจริง เพราะผู้ค้ำเอาเงินตัวเองไปเสี่ยง กฎหมายไทยได้ปรับให้ผู้ค้ำมีการคุ้มครองที่ชัดขึ้นตามเวลา ขอบเขตการค้ำจึงต้องระบุให้ชัด

เริ่มใช้ได้เลย ไม่ต้องสมัครสมาชิก · ฟรี

การค้ำประกันพบได้บ่อยในไทยสำหรับเงินกู้เอกชนยอดมากและการเช่า และมีน้ำหนักจริง เพราะผู้ค้ำเอาเงินตัวเองไปเสี่ยง กฎหมายไทยได้ปรับให้ผู้ค้ำมีการคุ้มครองที่ชัดขึ้นตามเวลา ขอบเขตการค้ำจึงต้องระบุให้ชัด

เหนือสิ่งอื่นใด ผู้ค้ำควรเข้าใจให้ชัดว่าตนอาจต้องรับผิดชอบมากแค่ไหนก่อนเซ็น

กฎหมายที่ใช้บังคับ

การค้ำประกันในไทยอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการที่การค้ำต้องชัดว่าค้ำอะไรและเท่าไร ระบุวงเงินสูงสุดและว่าครอบคลุมดอกเบี้ยกับค่าปรับหรือไม่ การค้ำแบบไม่มีที่สิ้นสุดคือสิ่งที่ผู้ค้ำที่รอบคอบควรเลี่ยง

คำแนะนำเรื่องพยาน

สำหรับการค้ำประกัน ลายเซ็นที่ชัดและพยานสำหรับยอดมากช่วยเพิ่มน้ำหนัก สำคัญกว่านั้นคือผู้ค้ำได้เห็นเงินกู้หลักและเข้าใจภาระของตน

หลักฐาน

เก็บหนังสือค้ำประกันไว้คู่กับเงินกู้หลักที่ค้ำ และมอบสำเนาให้ผู้ค้ำ ผู้ค้ำควรเห็นเงื่อนไขเงินกู้และควรได้รับแจ้งเมื่อลูกหนี้เริ่มค้างชำระ

เอกสารนี้คืออะไร

สัญญาค้ำประกันคือเอกสารที่บุคคลที่สาม (ผู้ค้ำประกัน) สัญญาว่าจะชำระหนี้แทน หากลูกหนี้หลักไม่ชำระตามข้อตกลง เป็นการเพิ่มหลักประกันให้เจ้าหนี้ และมักถูกขอในเงินกู้ที่มียอดสูงหรือความเสี่ยงมากขึ้น

หัวใจสำคัญที่สุดของเอกสารนี้คือ 'ขอบเขต' ความรับผิดของผู้ค้ำ ค้ำเต็มจำนวนหรือจำกัดวงเงิน ค้ำเฉพาะเงินต้นหรือรวมดอกเบี้ยและค่าปรับด้วย สัญญาค้ำประกันที่ดีเขียนสิ่งเหล่านี้ให้ชัด เพื่อไม่ให้ผู้ค้ำต้องรับภาระเกินกว่าที่เข้าใจตอนเซ็น

การค้ำประกันเป็นเรื่องจริงจัง ผู้ค้ำกำลังเอาเงินและเครดิตของตัวเองไปผูกกับการชำระของคนอื่น ก่อนเซ็นจึงควรเข้าใจให้ครบว่ากำลังรับผิดชอบอะไร มากแค่ไหน และภายใต้เงื่อนไขใด

ควรใช้เมื่อไหร่

  • เจ้าหนี้ต้องการหลักประกันเพิ่มเติมสำหรับเงินกู้ที่มียอดสูง
  • ลูกหนี้เครดิตยังไม่แข็งแรง และมีคนที่ยินดีค้ำให้
  • ต้องการให้ขอบเขตความรับผิดของผู้ค้ำชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
  • มีการเช่า การกู้ หรือข้อตกลงที่คู่สัญญาขอผู้ค้ำ
  • ผู้ค้ำเองต้องการเอกสารที่จำกัดและกำหนดความรับผิดของตนให้ชัด

ไม่ควรใช้เมื่อไหร่

  • ลูกหนี้มีเครดิตเพียงพออยู่แล้ว การเพิ่มผู้ค้ำอาจไม่จำเป็น
  • ผู้ค้ำไม่เข้าใจหรือไม่ยินยอมเต็มใจ ไม่ควรผลักดันให้เซ็น
  • ยอดสูงและซับซ้อนมากจนควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อน
  • ต้องการหลักประกันเป็นทรัพย์สิน ให้ใช้หนังสือค้ำประกันด้วยหลักทรัพย์แทน

ข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • ชื่อและรายละเอียดบัตรประชาชนของเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ค้ำประกัน
  • การอ้างอิงถึงเงินกู้หรือข้อตกลงที่ค้ำประกัน
  • ยอดหนี้ที่ค้ำประกัน และวงเงินสูงสุดของผู้ค้ำ
  • ขอบเขตความรับผิด ว่าครอบคลุมเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าปรับ หรือไม่
  • เงื่อนไขที่เจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำชำระ
  • ระยะเวลาของการค้ำประกัน
  • วันที่และสถานที่ลงนาม พร้อมช่องลายเซ็น

ข้อสัญญาที่มีให้

คู่สัญญา

ระบุเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ค้ำประกัน พร้อมรายละเอียดบัตรประชาชน

หนี้ที่ค้ำประกัน

อ้างอิงเงินกู้หรือข้อตกลงหลักที่ผู้ค้ำกำลังค้ำประกัน

ขอบเขตความรับผิด

ระบุว่าค้ำเต็มจำนวนหรือจำกัดวงเงิน และครอบคลุมดอกเบี้ยกับค่าปรับหรือไม่

เงื่อนไขการเรียกชำระ

อธิบายว่าเมื่อใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำชำระแทน

ระยะเวลา

กำหนดว่าการค้ำประกันมีผลถึงเมื่อใด

สิทธิไล่เบี้ย

สิทธิของผู้ค้ำที่จะเรียกเงินคืนจากลูกหนี้หลังชำระแทน

ลายเซ็น

ผู้ค้ำลงชื่อยืนยันความเข้าใจในภาระ พร้อมพยานหากมี

ตัวช่วยสร้างจะถามอะไรบ้าง

  1. 1
    คู่สัญญาใครเป็นผู้ให้ยืมเงิน?
  2. 2
    จำนวนเงินจำนวนเงินเท่าไหร่?
  3. 3
    การจ่ายคืนชำระคืนครั้งเดียวหรือผ่อนเป็นงวด?
  4. 4
    ดอกเบี้ยคิดดอกเบี้ยหรือไม่?
  5. 5
    การจ่ายล่าช้าหากชำระล่าช้าจะเกิดอะไรขึ้น?
  6. 6
    ข้อตกลงเพิ่มเติมข้อตกลงเพิ่มเติม (ถ้ามี)
  7. 7
    ตรวจทานข้อสัญญาที่มีให้
  8. 8
    ส่งออกส่งออก PDF · ส่งออก DOCX
สร้างเอกสารนี้ฟรี

วิธีลงนาม

ผู้ค้ำประกันลงชื่อด้วยตนเอง และควรอ่านจนเข้าใจขอบเขตความรับผิดก่อนเซ็น เพราะเป็นภาระที่ผูกพันเงินและเครดิตของผู้ค้ำเอง สำหรับยอดที่มาก การมีพยานช่วยเพิ่มน้ำหนัก

เก็บสัญญาค้ำประกันไว้คู่กับเงินกู้หลักที่ค้ำประกัน และให้ผู้ค้ำเก็บสำเนาไว้ด้วย ผู้ค้ำควรได้เห็นสัญญากู้หลักและติดตามได้ว่าลูกหนี้ชำระตามกำหนดหรือไม่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่ระบุขอบเขตความรับผิด ทำให้ผู้ค้ำอาจต้องรับภาระเกินกว่าที่เข้าใจ
  • ไม่กำหนดวงเงินสูงสุด ทำให้ความรับผิดขยายตามดอกเบี้ยและค่าปรับ
  • ผู้ค้ำเซ็นโดยไม่เห็นสัญญากู้หลัก
  • ไม่ระบุระยะเวลา ทำให้การค้ำประกันดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด
  • เจ้าหนี้ไม่แจ้งผู้ค้ำเมื่อลูกหนี้เริ่มผิดนัด
  • ผู้ค้ำไม่ทราบสิทธิไล่เบี้ยของตนหลังชำระแทน
  • เซ็นค้ำแบบไม่มีวงเงินสูงสุด
  • ค้ำเงินกู้ที่ผู้ค้ำไม่เคยอ่านจริง
  • ไม่ระบุว่าการค้ำครอบคลุมดอกเบี้ยและค่าปรับหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ค้ำในไทยต้องรับผิดชอบเท่าไร

ขึ้นกับถ้อยคำในสัญญาค้ำ กฎหมายไทยเน้นว่าขอบเขตต้องชัด การค้ำที่จำกัดวงเงินและระบุยอดสูงสุดคุ้มครองผู้ค้ำได้ดีกว่าการค้ำแบบไม่มีที่สิ้นสุดมาก ควรกำหนดวงเงินและระบุว่ารวมดอกเบี้ยหรือไม่เสมอ

ก่อนเซ็นค้ำควรตรวจอะไร

ยอดสูงสุดที่อาจต้องรับ ครอบคลุมดอกเบี้ยและค่าปรับไหม เจ้าหนี้เรียกได้เมื่อใด การค้ำนานแค่ไหน และสิทธิไล่เบี้ยจากลูกหนี้ อ่านเงินกู้หลักด้วย สำหรับยอดสูงควรปรึกษาทนาย

ผู้ค้ำจ่ายแทนแล้วเรียกคืนได้ไหม

โดยทั่วไปผู้ค้ำที่ชำระให้เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกคืนจากลูกหนี้ เก็บหลักฐานการชำระไว้ และระบุสิทธิไล่เบี้ยนี้ในสัญญา

ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชอบแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับที่เขียนไว้ในสัญญา หากค้ำเต็มจำนวนและไม่จำกัดวงเงิน ผู้ค้ำอาจต้องรับผิดชอบทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าปรับ จึงควรจำกัดวงเงินและระบุขอบเขตให้ชัดก่อนเซ็น

ก่อนเซ็นค้ำประกันควรตรวจอะไร

ควรดูยอดหนี้ วงเงินสูงสุดที่ตัวเองต้องรับ ขอบเขต (รวมดอกเบี้ยหรือไม่) เงื่อนไขที่เจ้าหนี้จะเรียกชำระ ระยะเวลา และสิทธิไล่เบี้ยจากลูกหนี้ อ่านสัญญากู้หลักด้วยเสมอ

ผู้ค้ำจ่ายแทนแล้วเรียกคืนจากลูกหนี้ได้ไหม

โดยทั่วไปผู้ค้ำที่ชำระแทนมีสิทธิไล่เบี้ยเรียกเงินคืนจากลูกหนี้ ควรระบุสิทธินี้ไว้และเก็บหลักฐานการชำระแทนไว้ให้ครบ

การค้ำประกันมีวันสิ้นสุดไหม

ควรมี ระบุระยะเวลาหรือเงื่อนไขสิ้นสุดไว้ เพื่อไม่ให้ความรับผิดผูกพันไปอย่างไม่มีกำหนด

เจ้าหนี้เรียกผู้ค้ำได้เลยหรือต้องเรียกลูกหนี้ก่อน

ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในสัญญาและกฎหมาย บางกรณีเจ้าหนี้ต้องเรียกลูกหนี้ก่อน ควรระบุลำดับให้ชัดในสัญญา หากไม่แน่ใจในกรณียอดสูงควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย

ค้ำประกันเซ็นออนไลน์ได้ไหม

การเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ใช้กันแพร่หลายในเอกสารระหว่างบุคคล เก็บไฟล์ที่เซ็นและหลักฐานการตกลงไว้ให้ครบ สำหรับภาระที่หนักและยอดสูง ลายเซ็นด้วยลายมือพร้อมพยานยังเป็นทางเลือกที่รอบคอบ